10 ข้อมูลสรุป ของ จุดแดงใหญ่ บนดาวพฤหัสบดี
25 ข้อเทจจริงว่าด้วยเรื่องของ "ดาวอังคาร"
25 ข้อเท็จจริงว่าด้วยเรื่องของ “ดาวอังคาร”
สิงหาคม 19, 2019
จัดอันดับ ดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมข้อมูลสรุป บทที่ 1
จัดอันดับ ดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมข้อมูลสรุป บทที่ 1
สิงหาคม 25, 2019
ภาพใหม่ของ ดาวพฤหัสบดี จากฮับเบิล

Credits: NASA, ESA, A. Simon (Goddard Space Flight Center) and M.H. Wong (University of California, Berkeley)

นี้คือภาพใหม่ที่ถ่ายไว้ได้โดยกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล มันคือภาพของดาวพฤหัสบดี ถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2019 ที่เผยให้เห็นถึงจุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ในชั้นบรรยากาศของดาว จุดแดงใหญ่นี้ก็คือ พายุหมุนขนาดยักษ์ซึ่งปรากฏให้เห็นอยูบริเวณซีกใต้ของดาว จุดสังเกตอันเด่นชัดของดาวเคราะห์นี้ ถูกเฝ้าสังเกตมานานร่วมกว่าสามร้อยปีแล้ว มันมีความใหญ่โตมากกว่าของโลกเสียอีก จนสามารถบรรจุดาวเคราะห์โลกลงไปได้มากถึง 3 ดวง! อีกทั้งพายุแดงใหญ่นี้ ยังหมุนรอบตัวเองเร็วมาก ซึ่งมันหมุนทวนเข็มนาฬิกาครบรอบเป็นเวลาประมาณ 6 วันบนโลก โดยลมรอบๆขอบบริเวณจุดแดงใหญ่นี้ยังสามารถทำความเร็วได้มากสุดถึง 432 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อไปนี้เราจะมาดูข้อมูลสรุปในหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจกัน ในชื่อวิดีโอเรื่อง 10 ข้อมูลสรุป ด้วยเรื่องของ จุดแดงใหญ่

1) จุดแดงใหญ่นี้ก็คือบริเวณของชั้นบรรยากาศที่มีแรงดันสูงมากของดาวพฤหัสบดี ซึ่งมันก่อให้เกิดเป็นแอนติไซโคลนขึ้นมา และกลายเป็นพายุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา ตำแหน่งของมันตั้งอยู่บริเวณพิกัด 22 องศาใต้ของเส้นศูนย์สูตร อีกทั้งมันยังอยู่ร่วมกับประวัติศาสตร์มนุษย์เรามาหลายร้อยปี มันถูกเฝ้าสังเกตการณ์และศึกษามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 1830 แต่จากการบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1665 ถึง ค.ศ. 1713 ก็มีการกล่าวถึงพายุนี้ไว้อยู่เช่นกัน และเชื่อว่า มันน่าจะเป็นจุดพายุแดงใหญ่เดียวกับที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าข้อสันนิษฐานนี้ถูกต้อง นี้ก็หมายความว่า การมีอยู่ของมัน ได้ถือดำรงอยู่มานานแล้วกว่า 350 ปี!

ภาพเปรียบเทียขนาดของจุดแดงใหญ่กับขนาดของโลก
ภาพเปรียบเทียขนาดของจุดแดงใหญ่กับขนาดของโลก ภาพโดย NASA Brian0918 at English Wikipedia

2) เมื่อเข้าสู่ยุคคริสต์ศตวรรษ 21 จุดแดงใหญ่ก็เริ่มขนาดเล็กลง และมันเริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งในศตวรรษที่แล้วมันยังมีขนาดตามแนวยาวอยู่ที่ 40,000 กิโลเมตร หรือขนาดประมาณ 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางโลกอยู่เลย แต่ปัจจุบันพบว่ามันมีอัตราขนาดที่เล็กลงเรื่อยๆ (จากการตรวจวัดเมื่อวันที่ 3 เมษายน ปี ค.ศ. 2017 ก็คือ มันลดขนาดลงมาเหลือเพียง 16,350 กิโลเมตร หรือใหญ่กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางโลกประมาณ 1.3 เท่าของโลก) และคาดว่ามันจะลดสภาพ กลายมาเป็นจุดพายุวงกลมขนาดเล็กในอีก 20 ปีข้างหน้า หรือภายในปี ค.ศ. 2040 แน่นอนไม่มีใครรู้ว่าจุดพายุแดงใหญ่นี้ มันถือดำรงอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว แต่ที่เรารู้ก็คือ ในไม่ช้ามันก็จะลดขนาดลงมา อันเป็นผลเนื่องมาจากความผันผวนของธรรมชาตินั่นเอง และในปี ค.ศ. 2019 บริเวณขอบของจุดแดงใหญ่ก็เริ่มแตกสลายไปอย่างชัดเจน นี้ก็บอกเป็นนัยแล้วว่า ในไม่ช้ามันก็จะระเหยหายไปในชั้นบรรยากาศ

การก่อตัวของพายุทั้งสามจนกลายเป็น Oval BA ในภาพสุดท้าย ภาพจาก NASA/JPL
การก่อตัวของพายุทั้งสามจนกลายเป็น Oval BA ในภาพสุดท้าย ภาพจาก NASA/JPL

3) ในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2000 จุดพายุขนาดที่เล็กกว่า ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมา นักดาราศาสตร์เรียกมันว่า ‘โอโวล บีเอ’ (Oval BA) มันเกิดมาจากการรวมตัวกันของวงพายุสีขาว 3 แห่ง ภายหลังจากการรวมตัวกันสิ้นสุด ก็ได้ไปส่งผลทำให้ขนาดของมันใหญ่ขึ้น และเป็นรองเพียงจุดแดงใหญ่เท่านั้น อีกทั้งมันยังค่อยๆเปลี่ยนสีตัวเองจากสีขาวไปเป็นสีแดงอีกด้วย นักดาราศาสตร์จึงเรียกมันในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘จุดแดงเล็ก’ หรือ ‘เรด จูเนียร์’ (Little Red Spot / Red, Jr.) และเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2006 แลดูเหมือนว่า จุดแดงใหญ่ และ Oval BA เริ่มปรากฎเคลื่อนเข้ามาหากันมากขึ้น แต่จากการบันทึกพบว่าทั้งสองพายุใหญ่จะเคลื่อนตัวผ่านกันในทุกๆสองปี

The Great Dark Spot บนดาวเนปจูน จากยานอวกาศ Voyager 2 ภาพจาก  
NASA / Jet Propulsion Lab
The Great Dark Spot บนดาวเนปจูน จากยานอวกาศ Voyager 2 ภาพจาก
NASA / Jet Propulsion Lab

4) นอกจากในระบบสุริยะของเราจะมีจุดแดงใหญ่แล้ว เรายังมี ‘จุดดำใหญ่’ อีกด้วย (Great Dark Spot) ซึ่งจากการสำรวจของยานอวกาศ ‘คัสซีนี–ฮอยเกนส์’ (Cassini–Huygens spacecraft) ในปี ค.ศ. 2000 ก็พบว่า มีจุดพายุสีเข้มอยู่ใกล้กับบริเวณขั้วเหนือของดาวอยู่ และอีกจุดดำใหญ่อีกแห่งที่จะพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ จุดดำใหญ่บนดาวเนปจูน ที่ได้รับมาจากยาน ‘วอยเอจเจอร์ 2’ (Voyager 2) ใน ปี ค.ศ. 1989 เมื่อพิจารณาถึงคุณลักษณะของมันดีๆแล้วก็ดูเหมือนว่า มันน่าจะเป็นหลุมของชั้นบรรยากาศมากกว่าที่จะเป็นพายุ ก่อนที่มันจะเลือนหายและไปไม่ปรากฎอีกเลยในปี ค.ศ. 1994

จุดแดงใหญ่ในระยะ 9,200,000 กิโลเมตร โดยยาน Voyager 1  ในปี ค.ศ. 1979 ภาพจาก NASA
จุดแดงใหญ่ในระยะ 9,200,000 กิโลเมตร โดยยาน Voyager 1 ในปี ค.ศ. 1979 ภาพจาก NASA

5) ภาพจุดแดงใหญ่แรกที่สามารถถ่ายได้อย่างใกล้ชิด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1979 โดยยานอวกาศ ‘วอยเอจเจอร์ 1’ (Voyager 1) ภาพนี้ถูกถ่ายไว้ได้เหนือความสูงของดาวพฤหัสบดีที่ระยะ 9,200,000 กิโลเมตร ซึ่งมันได้เผยให้เห็นถึงรายละเอียดที่ชัดเจนมากบนพายุแดงยักษ์แห่งนี้

จุดแดงใหญ่ในระยะ 8,000  กิโลเมตร โดยยานอวกาศจูโน ในปี ค.ศ. 2017
จุดแดงใหญ่ในระยะ 8,000 กิโลเมตร โดยยานอวกาศจูโน ในปี ค.ศ. 2017 ภาพจาก NASA / SwRI / MSSS / Gerald Eichstädt / Seán Doran

6) ในปี ค.ศ. 2016 ยานอวกาศจูโน (The Juno spacecraft) ได้เคลื่อนเข้าสู่วงโคจรอยู่บริเวณขั้วของดาว และในวันที่ 11 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2017 จูโน่ก็สามารถบินผ่านอยู่เหนือพื้นผิวของดาวพฤหัสบดี ที่ระยะเพียง 8,000 กิโลเมตรได้สำเร็จ ซึ่งได้เผยให้เห็นถึงมุมมองของจุดแดงใหญ่ในระยะใกล้ชิดแบบไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งตลอดการดำเนินงานของภารกิจจูโน่นั้น ก็ยังคงเดินหน้าศึกษาองค์ประกอบวิวัฒนาการของชั้นบรรยากาศบนดาวพฤหัสบดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดแดงใหญ่

7) นี้คือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่ถูกเผยแพร่เอาไว้ใน YouTube เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ปี ค.ศ. 2019 ซึ่งวิดีโอนี้แสดงให้เห็นถึงหารหมุนรอบตัวเองของดาวพฤหัสบดีแบบเร่งความเร็ว ซึ่งเราจะเห็นถึงจุดแดงใหญ่ของดาวในมุมองศาหมุนต่างๆอย่างชัดเจน โดยการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบของดาวพฤหัสบดีนั้น จะใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 55 นาที กับอีก 30 วินาที ซึ่งนอกจากจะเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด และมีพายุที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ดาวพฤหัสบดียังเป็นดาวที่หมุนรอบตัวเองได้เร็วที่สุดในระบบสุริยะอีกด้วย

8) ไม่มีใครรู้ว่าอะไรไปทำให้จุดแดงใหญ่ถึงเป็นสีแดง แต่ข้อสมมติฐานที่ได้รับการสนับสนุนจากห้องทดลองก็คือ สีที่เกิดขึ้นในพายุ อาจเกิดจากกระบวนการทางเคมีที่ถูกกระตุ้นโดยรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจากแสงอาทิตย์ของแอมโมเนียมไฮโดรซัลไฟด์ และสารประกอบอินทรีย์อะเซทิลีนซึ่งเป็นสารสีแดง คล้ายกับสารประกอบอินทรีย์ซับซ้อนที่เรียกว่า Tholins

ภาพดาววพฤหัสบดีถ่ายเอาโดยกล้องฮับเบิล เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2019
ภาพดาววพฤหัสบดีถ่ายเอาโดยกล้องฮับเบิล เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2019 ภาพจาก NASA, ESA, A. Simon (Goddard Space Flight Center) and M.H. Wong (University of California, Berkeley)

9) นี้คือภาพถ่ายจาก Hubble’s Wide Field Camera ซึ่งถ่ายเอาไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2019 ซึ่งเผยให้เห็นถึงรายละเอียดทันสวยงามของลายเมฆบนตัวดาว ที่สำคัญคือเราสามารถมองเห็นจุดแดงใหญ่ในภาพนี้ได้อย่างชัดเจน โดยดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างจากโลก 644 ล้านกิโลเมตร นับว่าภาพนี้ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลนั้นมีประสิทธิภาพเพียงใด แม้มันจะมีอายุมานานเกือบ 30 ปีแล้วก็ตาม

 ภาพเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของเมฆ และการหมุนวนของจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี
ภาพเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของเมฆ และการหมุนวนของจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี ภาพจาก NASA/JPL/University of Arizona

10) นี้คือภาพเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของเมฆ และการหมุนวนของจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี ที่ถ่ายเอาไว้โดยยานอวกาศคัสซีนี นับได้ว่านี้เป็นภาพถ่ายสีแรกที่แสดงให้เห็นรายละเอียดของวิวัฒนาการในชั้นบรรยากาศดาว การเคลื่อนไหวนี้เป็นข้อมูลรวมของการหมุนรอบตัวเองของดาวพฤหัสบดีกว่า 24 รอบ ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง วันที่ 9 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2000 แล้วนำมายืดขยายออกเหมือนดังที่ได้เห็นในภาพนี้ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าพายุมีการหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาอย่างชัดเจน อีกทั้งการเคลื่อนไหวของแถบชั้นบรรยากาศต่างๆยังมีการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย โดยมีความเร็วลมที่แรงมากๆ ตั้งแต่ 309 กิโลเมตรต่อช่วงโมง ไปจนถึง 643 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ จุดแดงใหญ่นี้ถือเป็นอะไรที่น่าสนใจเลยทีเดียว ความจริงยังมีรายละเอียดอีกมากที่ผมยังไม่ได้นำเสนอ ไว้มีโอกาสจะหาข้อมูลมาให้อ่านสนุกๆกันใหม่ ยังไงก็ฝากติดตามเว็บไซต์ sciways.co ด้วยนะครับ

แหล่งที่มาข้อมูล

  1. Hubble’s New Portrait of Jupiter
  2. Jupiter’s Great Red Spot
  3. Great Red Spot
  4. Jupiter’s Great Red Spot Swallows Earth
  5. พายุบนดาวพฤหัสบดีจากยานจูโน
  6. จุดดำใหญ่ของดาวพฤหัสบดี
Sci Ways
Sci Ways
นักเดินทางข้ามกาลเวลา
Facebook
กลับสู่บนสุด