15 ข้อมูลสรุป เกี่ยวกับ หมีน้ำ สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

15 ข้อมูลสรุป เกี่ยวกับ หมีน้ำ สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

จัดอันดับ ดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมข้อมูลสรุป บทที่ 1
จัดอันดับ ดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมข้อมูลสรุป บทที่ 1
สิงหาคม 25, 2019
สิ่งมีชีวิตนอกโลก บทที่ 2: มนุษย์ต่างดาว อาจเหมือนเรา มากกว่าที่เราคิด
สิ่งมีชีวิตนอกโลก บทที่ 2: มนุษย์ต่างดาว อาจเหมือนเรา มากกว่าที่เราคิด
กันยายน 4, 2019
15 ข้อมูลสรุป เกี่ยวกับ หมีน้ำ สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

© Eye of Science/Science source images

ทาร์ดิเกรด (Tardigrade) หรือ ทาร์ดิกราดา (Tardigrada) เป็นไฟลัมหนึ่งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก มันมี 8 ขาที่ประจำอยู่เป็นคู่ในแต่ละปล้องของลำตัว มันถูกพรรณนาถึงครั้งแรกโดย นักสัตววิทยาชาวเยอรมันที่ชื่อ ‘ โยฮานน์ ออกุสต์ อิปพาเรียม เกิทเซอ’ (Johann August Ephraim Goeze) ในปี ค.ศ. 1773 และเขาก็เรียกพวกมันว่า ‘เจ้าหมีน้ำตัวเล็ก’ (little water bears) แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า ทาร์ดิกราดา (Tardigrada) นั้นก็คือ นักชีววิทยาชาวอิตาลีที่ชื่อ ‘ลาซซาโร สปาลลันซานี’ (Lazzaro Spallanzani) ซึ่งทาร์ดิกราดานั้นมีความหมายว่า ‘เจ้าตัวเดินช้า’ (slow steppers) ต่อไปนี้เราจะมาดูข้อมูลสรุปของต่างๆ 15 ข้อ ของหมีน้ำกันได้จากเนื้อหาดังต่อไปนี้

1) ปัจจุบันเราสามารถพบหมีน้ำได้ในทุกๆพื้นที่บนโลก ไล่ไปตั้งแต่บนยอดภูเขาสูงๆ, ใต้น้ำทะเลลึก หรือแม้แต่ในโคลนภูเขาไฟอันร้อนระอุ! นี้จึงหมายความว่ามันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในทุกสภาวะแวดล้อมอันโหดร้าย เช่นในพื้นที่บริเวณความร้อนสูง, พื้นที่ๆมีแรงกดดันสุดขั้ว ทั้งความดันสูง และความดันต่ำ, ในเขตพื้นที่อาบรังสีอันตราย, ภาวะแห้งแล้งไม่มีน้ำ ,ภาวะอดอยากไร้อาหาร หรือแม้แต่ในสภาพสูญญากาศของอวกาศ ซึ่งพื้นที่อันตรายเหล่านี้จัดได้ว่าเป็นภัยส่วนใหญ่ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่เรารู้จักกัน แต่สำหรับหมีน้ำขนาดจิ๋วนี้พวกมันสามารถทนอยู่ได้อย่างสบายๆ จึงจัดได้ว่า ทาร์ดิเกรด ก็คือสิ่งมีชีวิตที่ อึดและทนทานมากที่สุดในโลกของเรา

2) ปัจุบันนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่า สัตว์สายพันธุ์ไฟลัมของทาร์ดิเกรดนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมากถึง 1,150 สปีซีส์ และเป็นส่วนหนึ่งของซูเปอร์ไฟลัมเอคไดโซซัว (superphylum Ecdysozoa) เช่นเดียวกับหนอนตัวกลม

3) นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่าทาร์ดิเกรดนั้นถือดำรงอยู่มาก่อนมนุษย์เราเสียอีก ซึ่งจากหลักฐานฟอสซิลที่ตรวจพบก็คือ พวกมันดำรงอยู่มาตั้งแต่ในยุคแคมเบรียนเมื่อราว 530 ล้านปีที่แล้ว นับว่า นอกจากมันจะอยู่มานานกว่าเราแล้ว มันยังอยู่มานานกว่าไดโนเสาร์อีกด้วย (ไดโนเสาร์ดำรงอยู่บนโลกในช่วงระหว่าง 230 ถึง 65 ล้านปีที่แล้ว)

4) ทาร์ดิเกรดบางสายพันธุ์เมื่อโตเต็มวัย ก็อาจมีขนาดความยาวอยู่ไปได้ถึง 1.5 มิลลิเมตร (หรือ 0.15 เซนติเมตร) แต่ถึงอย่างนั้นส่วนใหญ่มักจะมีขนาดอยู่ที่ 0.3 ถึง 0.5 มิลลิเมตร ขณะที่ตัวอ่อนที่เพิ่งเกิดนั้น จะมีขนาดเล็กเพียง 0.05 มิลลิเมตร (หรือ 0.005 เซนติเมตร) พวกมันมีรูปร่างเป็นทรงกระบอกที่อวบอ้วน มาพร้อมกับขา 4 คู่ (หรือจำนวนขาทั้งหมด 8 ขา) โดยแต่ละส่วนปลายขานั้นก็จะมีเล็บที่แหลมคมอยู่ ซึ่งจากลักษณะการเดินอันเชื่องช้าเหมือนหมีอ้วนนี้ มันจึงเป็นที่มาของชื่อ “Water-Bear” หรือ “หมีน้ำ” นั่นเอง

มุมมองส่วนล่างของหมีน้ำ
มุมมองส่วนล่างของหมีน้ำ ภาพจาก Bob Goldstein and Vicky Madden, UNC Chapel Hill

5) ทาร์ดิเกรดเป็นพบได้แพร่หลายอย่างมากโดยเฉพาะในมอสส์ (มอสส์เป็นพืชขนาดเล็ก), ไลเคน (เห็ดราและสาหร่าย), ตะไคร่น้ำ โดยพวกมันจะเจริญเติบโดยโดยการกินเซลล์พืชเหล่านี้ อีกทั้งมันยังอาศัยอยู่ตามแหล่งสภาพแวดล้อมอื่นๆอีกด้วย เช่น เนินทะเลทราย, ชายหาด, พื้นดิน, ซากใบไม้, ตะกอนน้ำ หรือแม้แต่แหล่งน้ำจืด ที่พบว่าในปริมาณน้ำ 1 ลิตร ก็อาจมีหมีน้ำอยู่เป็นจำนวนมากถึง 25,000 ตัว และบ่อยครั้งที่ทาร์ดิเกรด มักจะถูกหยิบนำมาศึกษาและถูกส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังต่ำ ตามสถานที่โรงเรียนต่างๆ รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์มือสมัครเล่นก็สามารถเข้าถึงได้ด้วยเช่นกัน

6) เมื่อพิจารณาดีๆร่างกายของมันจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนได้แก่ ส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนหาง โดยลำตัวของมันจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ปล้องและแต่ละปล้องก็จะประกอบไปด้วยขาประจำอยู่ปล้องละคู่ โดยรวมแล้วก็จะมี 6 ขา ในส่วนสุดท้ายนั้นจะเป็นหางที่สามารถพบขาได้อีก 1 คู่ อีกทั้งขาของมันทั้งหมดจะไม่มีข้อต่อ ขณะที่ส่วนปลายของเท้าแต่ละข้างก็จะมีกรงเล็บอันแหลมคมประจำอยู่ โดยเท้า 3 คู่แรกนั้นจะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเคลื่อนที่หลัก ส่วนขาคู่สุดท้ายบริเวณหางนั้นจะใช้สำหรับจับวัสดุพื้นผิว อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่า ทาร์ดิเกรดนั้นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับวิวัฒนาการของสัตว์ขาปล้อง (Arthropods) ซึ่งเป็นไฟลัมหลักของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่มีขนาดของลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วนต่างๆ ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอกและส่วนท้อง อย่างเช่นแมงมุม, มด, ปลวก และตั๊กแตนเป็นต้น

หมีน้ำเมื่อส่องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์
หมีน้ำเมื่อส่องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ ภาพจาก wikipedia/Bob Blaylock

7) แม้ว่าอาจมีบางสปีชีส์ จะมีการสืบพันธ์สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ แต่โดยปกติพวกมันจะมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยตัวเมียนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้และพบเห็นได้มากกว่า

8) ทาร์ดิเกรดส่วนใหญ่เป็นสัตว์กินพืช (Phytophagous) หรือไม่ก็เป็นตัวกินแบททีเรีย (Bacteriophagous) แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่กินเนื้อได้ด้วย จนถึงขั้นลุกลามไปกินทาร์ดิเกรดในสายพันธุ์ที่เล็กกว่ามัน!

9) ไข่และซีสต์ของทาร์ดิเกรดมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันตรายสุดขั้วได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว และเราสามารถพบเจอมันได้ทุกๆที่บนโลก โดยส่วนใหญ่การแพร่กระจายไปในที่ต่างๆของทาร์ดิเกรดนั้น มักจะติดอยู่บนเท้าของสัตว์ต่างๆ ที่นำพามันไปทั่วทุกส่วนของโลก

หมีน้ำเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
หมีน้ำเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ภาพจาก wikipedia/ Willow Gabriel, Goldstein Lab

10) ทาร์ดิเกรดอยู่รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ทั้งห้าครั้ง! นี้จึงทำให้พวกมันมีคุณลักษณะของผู้อยู่รอดอย่างแท้จริง มันสามารถอาศัยอยู่ได้ในทุกๆพื้นที่ ที่สุดแสนอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงในโลกแห่งนี้ โดยช่วงอายุขัยของมันจะอยู่ที่ราวๆ 3 ถึง 4 เดือน และสำหรับบางสายพันธุ์ก็อาจอยู่ได้นานกว่านั้นถึง 2 ปี (นี้ยังไม่ได้นับรวมเวลาที่มันจำศีล)

11) จากรายงานทางวิทยาศาสตร์ก็พบว่า มีทาร์ดิเกรด อาศัยอยู่ตามสถานที่โหดร้ายต่างๆบนโลกเช่นบ่อน้ำพุร้อน, บนเทือกเขาหิมาลัยที่ระดับความสูง 6,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล, หรือจะลึกลงไปใต้ทะเลกว่า 4,000 เมตรก็ยังสามารถทนต่อแรงกดดันของน้ำได้อย่างสบายๆ หรือจะเป็นสถานที่บริเวณขั้วของโลก ทั้งบนและใต้แผ่นแปลือกน้ำแข็ง ก็ไม่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำรงอยู่ของหมีน้ำได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นสถานที่ๆหมีน้ำของเราชอบอาศัยอยู่ที่สุดก็คือบริเวณพื้นที่ๆอับชื้น ซึ่งขอแค่มีเพียงหยดน้ำอันน้อยนิด พวกมันก็สามารถพื้นกลับมาสดใหม่ได้ทุกเมื่อ แม้พื้นที่แห่งนั้นจะแห้งแล้งกันดารยังไงก็ตาม

หมีน้ำอาศัยอยู่ได้ในอวกาศ!
หมีน้ำอาศัยอยู่ได้ในอวกาศ! ภาพจาก © Dotted Yeti/Shutterstock

12) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทาร์ดิเกรด สามารถอยู่รอดได้แทบทุกๆสภาวะของวันสิ้นโลก ที่อาจเป็นสาเหตุไปทำให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลกสูญพันธุ์! เช่นการถูกรังสีแกมม่าระเบิดแผดเผา หรือเหตุการณ์อุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลกเป็นต้น อีกทั้งพวกมันบางตัวยังสามารถอยู่รอดได้ในอุณภูมิติดลบสุดขั้วในระดับ เฉียดศูนย์สัมบูรณ์ ที่ราวๆ 1 เคลวิน (หรือราวๆ -272 องศาเซลเซียส) แค่นี้ยังไม่พอ พวกมันยังสามารถอยู่รอดได้ในอุณภูมิร้อนได้สูงถึง 420 เคลวิน (หรือราวๆ 150 องศาเซลเซียส) ได้นานอยู่หลายนาที หรือแม้แต่ในสภาวะที่ต้องทนอยู่ภายใต้แรงกดทับสูงที่ใต้ทะเลลึก นั่นก็คือมันสามารถทดแรงกดทับได้มากสุดถึง 6 เท่าของแรงดันน้ำใต้มหาสมุทรที่ลึกที่สุด และสามารถรับการอาบรังสีไอออไนซ์ในปริมาณที่สูงเป็นร้อยเท่าที่อาจทำให้มนุษย์ถึงตายได้ รวมไปถึงการอาศัยอยู่ในสภาพสูญญากาศของอวกาศ

13) ทาร์ดิเกรดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่กลุ่มสายพันธุ์เท่านั้น ที่สามารถหยุดการเผาผลาญพลังงานตัวเองลงในระดับเมแทบอลิซึม (จนเกือบถึง 0) ได้ ในสถานะนี้ระดับเมแทบอลิซึมของมันจะสามารถลดลงมาได้น้อยกว่าร้อยละ 0.01 ในภาวะปกติ ซึ่งมันสามารถอยู่รอดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอาหารหรือน้ำได้เป็นเวลานานกว่า 30 ปี และขอมีเพียงแค่หยดน้ำที่ร้อยละ 1 ของความต้องการน้ำทั้งหมด เพียงเท่านี้ ก็พอแล้วต่อการชุบชีวิตให้กับมัน ได้กลับมาเคลื่อนไหวใหม่อีกครั้ง ส่วนในสภาพของความแห้งแล้งสูงสุด พวกมันจะสามารถอยู่รอดได้นานถึง 5 ปี หรือมากกว่านั้นในกรณีพิเศษ ซึ่งการอยู่รอดของพวกมันนั้นจะขึ้นต่อสภาพแวดล้อมต่างๆดังนี้ 1. ภาวะการขาดน้ำ (anhydrobiosis) 2. ภาวะอุณหภูมิต่ำ (cryobiosis) และ 3. ภาวะของการขาดออกซิเจน (anoxybiosis) อีกทั้งจากงานข้อมูลใน ปี ค.ศ. 2016 ยังรายงานอีกว่า DNA ของพวกมันได้รับการพัฒนาให้สามารถทนต่อรังสีอันตรายเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย โดยโปรตีนที่มีชื่อย่อว่า “dsup” (short for damage suppressor) นี้จึงไปส่งผลทำให้มันมีภูมิคุ้มกันต่อการแผ่รังสีอันตรายได้สูงสุดถึง 1,000 เท่าของสัตว์ปกติ

14) ทาร์ดิเกรดคือสิ่งมีชีวิตแรกที่เรารู้ว่าพวกมันสามารถอยู่รอดได้ในอวกาศ โดยในปี ค.ศ. 2007 ทาร์ดิเกรดได้ถูกนำพาขึ้นสู่อวกาศให้ลอยอยู่ในวงโคจรต่ำของโลกด้วย ในภารกิจที่มีชื่อว่า FOTON-M3 ซึ่งได้ขนเอา งานทดลองทางชีวดาราศาสตร์ที่รู้จักกันในชื่อ ‘ใบโอแพน’ (BIOPAN) ขึ้นไปด้วย ผลการทดลองในครั้งนั้นใช้เวลาดำเนินการ 10 วัน แล้วพบว่าทาร์ดิเกรดบางตัว สามารถฟื้นกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง นี้จึงเป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่า แม้แต่ในสภาวะของสูญญากาศในอวกาศ ที่ได้รับรังสียูวีจากแสงอาทิตย์อยู่ตลอดนั้น ก็ไม่อาจสร้างความอันตรายให้กับหมีน้ำได้เลย

ชุดภาพสุดท้ายก่อนยานอวกาศ Beresheet จะกระแทกเข้าใส่พื้นผิวดวงจันทร์
ชุดภาพสุดท้ายก่อนยานอวกาศ Beresheet จะกระแทกเข้าใส่พื้นผิวดวงจันทร์ ภาพจาก SPACEIL/ISRAEL AEROSPACE INDUSTRIES

15) แม้ที่ผ่านมาเราจะยังค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ไม่พบ แต่ล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า สัตว์ที่แข็งแกร่งและทนทรหดที่สุดในโลกอย่างตัวทาร์ดิเกรดหรือ “หมีน้ำ” หลายพันตัวกำลังใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น โดยพวกมันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่อยู่รอด ภายหลังจากยานอวกาศเบเรชีต (Beresheet) ของบริษัทเอกชนอิสราเอล เกิดประสบอุบัติเหตุพุ่งชนใส่พื้นผิวของดวงจันทร์ เมื่อเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2019 เสียก่อน โดยมูลนิธิอาร์กมิชชัน (Arch Mission Foundation) องค์กรไม่แสวงผลกำไรในสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเก็บสำรองสิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่าง ๆ ของโลกเพื่ออนาคต เปิดเผยว่า เป็นผู้ดำเนินการให้ยานเบเรชีตขนเอาหมีน้ำจำนวนกว่า 2,000 – 3,000 ตัวไปยังดวงจันทร์ด้วย ก่อนที่ยานจะขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมขณะพยายามลงจอด โดยภายหลังพบว่ายานได้ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนเข้าใส่พื้นผิวดวงจันทร์จนเสียหายไม่อาจใช้การได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดังกล่าวชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่หมีน้ำเหล่านี้จะยังคงอยู่รอดได้บนดวงจันทร์ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต อีกทั้ง ดร. ลูคาซมาเรก นักชีวดาราศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมีน้ำจากมหาวิทยาลัยอดัมมิซกิวิซ (AMU)ของโปแลนด์ ยังได้แสดงความเห็นสนับสนุนไว้อีกว่า มีความเป็นไปได้ที่หมีน้ำอาจจะยังมีชีวิตรอดได้จากเหตุยานอวกาศพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ เนื่องจากพวกมันสามารถทนทานต่อแรงดันมหาศาลระดับอุกกาบาตพุ่งชนพื้นโลกได้มาแล้ว นอกจากนี้ พวกมันยังอาจเข้าสู่สภาวะจำศีลโดยทำตัวให้หดแห้งลง เพื่อให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและมีอุณหภูมิสุดขั้ว

“แต่ในระหว่างที่จำศีลอยู่ พวกมันจะไม่สามารถแพร่พันธุ์หรือทำกิจกรรมใด ๆ ของสิ่งมีชีวิตได้ จึงไม่ต้องกังวลว่าหมีน้ำจะขยายพันธุ์เป็นจำนวนมากขึ้นจนถึงขั้นครอบครองดวงจันทร์ หรือกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ได้ไปปนเปื้อนต่อระบบนิเวศของดวงจันทร์ เว้นเสียแต่มันจะได้รับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ” ดร. คาซมาเรกกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับบทความนี้ผมก็ขอจบการนำเสนอไว้แต่เพียงเท่านี้ ก็เป็นเกร็ดความรู้เสริมที่อาจช่วยให้คุณผู้ชมได้เข้าใจถึงการดำรงอยู่ของหมีน้ำในแบบคร่าวๆได้

และหากคุณผู้ชมท่านใดมีข้อมูลเสริมนอกเหนือไปจากนี้ยังไงล่ะก็ สามารถแนะนำ หรือเข้ามาร่วมพูดคุยกันได้เลย ที่ช่องคอมเม้นด้านล่างของบทความนี้ และถ้าชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้ก็สามารถกดรับสมัครแจ้งเตือนข้อมูลกันได้ที่ (ด้านล่างสุดของเว็บ) ฝากติดตามเว็บ sciways.co ด้วยนำครับขอบคุณครับ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Tardigrade
  2. หมีน้ำ : นักวิทยาศาสตร์คาดหมีน้ำอยู่รอดบนดวงจันทร์หลังยานอวกาศอิสราเอลเกิดอุบัติเหตุ
Sci Ways
Sci Ways
นักเดินทางข้ามกาลเวลา
YouTube
กลับสู่บนสุด