ดาราศาสตร์ – หน้า 3 – Sci Ways
เมษายน 20, 2019
หลุมดำ M87 ภาพถ่ายหลุมดำแรกในประวัติศาสตร์ (ภาพจริง)

หลุมดำ M87 ภาพถ่ายหลุมดำแรกในประวัติศาสตร์ (ภาพจริง)

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ปี ค.ศ. 2019 ทีมงานนักวิทยาศาสตร์จากโครงการ อีเวนฮอไรซัน เทเลสโคป Event Horizon Telescope ก็ได้เผยให้เห็นถึงภาพหลุมดำแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งจากภาพที่ได้รับอาจยังไม่ค่อยชัด แต่นี่ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หลุมดำนั้น มันมีอยู่จริงๆในจักรวาลแห่งนี้ ซึ่งแต่ก่อน หลุมดำนั้นมีอยู่แต่ในตาราเรียน หรือบทความวิชาการต่างๆ รวมถึงภาพส่วนใหญ่ของหลุมดำที่ปรากฎ ก็มักจะเป็นภาพของงานออกแบบในจินตนาการเท่านั้น ...
เมษายน 20, 2019
เราอาจไม่ได้เห็นภาพหลุมดำแรก (M87) หากไม่มีเธอคนนี้

เราอาจไม่ได้เห็นภาพหลุมดำแรก (M87) หากไม่มีเธอคนนี้

ดร. เคที โบวแมน (Katie Bouman) คือผู้ริเริ่มสร้างอัลกอริทึม หรือลำดับของขั้นตอนการคำนวณเพื่อสร้างภาพหลุมดำ M87 จนได้กลายมาเป็น ภาพถ่ายหลุมดำแรกในประวัติศาสตร์ขึ้น อักทั้งเธอยังเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากในเรื่องของ Computer vision และ machine learning โดย Computer vision ก็คือ ความรู้วิชาว่าด้วยเรื่องการศึกษาที่เกี่ยวกับการดึงข้อมูลจากรูปภาพหรือวีดิโอมาใช้งาน โดยในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้วิชาทางสถิติมาเกี่ยวข้องด้วย ส่วน machine learning ก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ อัลกอริทึมที่สามารถเรียนรู้ข้อมูลและทำนายผลลัพธ์ในตัวเองได้...
เมษายน 20, 2019
ความถูกต้องกว่า 100ปี ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป)

ความถูกต้องกว่า 100ปี ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป)

โดยทฤษฎี ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป หรือ general theory of relativity ของไอน์สไตน์นี้ ได้ถูกตีพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1915 ซึ่งนับจากเวลานั้นจนถึงปัจจุบันนี้ก็ปาเข้าไป 100 ปีกว่าแล้ว แต่ถึงอย่างนั่นในตลอด 100 ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ในธรรมชาติหลายๆอย่าง ต่างก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันตรงกับในสิ่งที่ทฤษฎีของเขาได้ทำนายเอาไว้อยู่จริง ไล่เรียงมาตั้งแต่ในเรื่องปริศนาวงโคจรของดาวพุธ ในปี 1916 ที่ตอนนั้นไอน์สไตน์ได้ออกมาเฉลยว่าทำไม วงโคจรของดาวพุธถึงมีการส่ายไปมาได้อย่างมีความแม่นยำ...
เมษายน 23, 2019
หลุมดำ (Black hole) บทที่ 1 หลุมดำมีทางออกเสมอ

หลุมดำ (Black Hole) บทที่ 1: หลุมดำมีทางออกเสมอ

ความหมายของหลุมดำโดยทั่วไปก็คือ อาณาบริเวณของอวกาศและเวลา ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในสภาวะภายใต้แรงโน้มถ่วงอันมหาศาล โดยที่เราไม่อาจมองเห็นตัวตนของมันได้ (แต่จะสามารถมองเห็นมันผ่านวิธีการอ้อมแทน เช่น การสังเกต ‘จานพอกพูนมวล’ (accretion disk) ที่เปล่งแสงออกมาอยู่ภายใต้ ‘รังสีเอกซ์’ (X-ray) หรือสังเกตจากปรากฏการณ์ ‘เลนส์ความโน้มถ่วง’ (gravitational lens)) ก็อย่างที่บอกว่าหลุมดำนั้นก็คือ อาณาบริเวณของอวกาศและเวลา ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในภาวะภายใต้แรงโน้มถ่วงอันมหาศาล แล้วแรงโน้มถ่วงที่ว่ามหาศาลนี้ ...
เมษายน 30, 2019
หลุมดำ (Black hole) บทที่ 2: เมื่อแรงโน้มถ่วงสูงเสียจน แสงก็หนีออกมาไม่ได้

หลุมดำ (Black Hole) บทที่ 2: เมื่อแรงโน้มถ่วงสูงเสียจน แสงก็หนีออกมาไม่ได้

วัตถุที่สนามแรงโน้มถ่วงสูง (gravitational fields) จนไปทำให้แม้แต่แสงก็ไม่อาจหนีออกมาได้นั้น เคยได้ถูกพิจารณาถึงความเป็นไปได้ครั้งแรกในศตวรรษที่ 18 โดย นักปรัชญาและบาทหลวงชาวอังกฤษที่ชื่อ ‘จอห์น มิเชลล์’ (John Michell) และนักคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศษที่ชื่อ ‘ปีแยร์-ซีมง ลาปลัส’ (Pierre-Simon Laplace) แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับการแก้โจทย์ปัญหาสมัยใหม่ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ที่กล่าวถึงคุณสมบัติของหลุมดำเอาไว้อย่างละเอียดในความเป็นจริง ได้ถูกค้นพบโดยนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันที่ชื่อ ‘คาร์ล ชวาทซ์ชิลท์’ (Karl Schwarzschild) ในปี 1915 ที่ว่ากันว่าเขาคือบุคคลแรกของโลกที่สามารถแก้โจทย์ในสมการที่จัดได้ว่าซับซ้อนที่สุดอย่างทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้สำเร็จ (แต่ในภายหลังจากที่เขาแก้สมการสุดโหดนี้สำเร็จ ในปีถัดไปเขาก็ต้องจบชีวิตลงด้วยโรค ‘เพมฟิกัส’ (pemphigus) อย่างน่าเสียดาย)
พฤษภาคม 6, 2019
ดาวเคราะห์น้อย อาโพฟิส มีโอกาสชนโลก ในปี 2029

ดาวเคราะห์น้อย อาโพฟิส มีโอกาสชนโลก ในปี 2029

ในวันที่ 13 เมษายน 2029 หรืออีกราว 10 ปีต่อจากนี้ เราจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างวาบที่พุ่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว, ด้วยความเร็วปรากฏ สามารถเท่าได้กับความกว้างของดวงจันทร์เต็มดวงใน 1 นาที (สังเกตเห็นได้บนท้องฟ้า) และมีความสว่างมากพอๆกับดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวหมีเล็ก (Little Dipper), จากพฤติกรรมที่เล่ามาข้างต้นนี้ไม่ใช่ดาวเทียม, เครื่องบิน, หรือจรวดแต่อย่างใด เพราะสิ่งๆนี้ก็คือ ดาวเคราะห์น้อย! โดยดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า ‘99942 อาโพฟิส’ (99942 Apophis) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า 2004 MN4 ซึ่งเคราะห์น้อยอาโพฟิสนี้มีความยาวอยู่ที่ 340 เมตร หรือใหญ่ประมาณตึก ‘คิง เพาเวอร์ มหานคร’ (King Power MahaNakhon) โดยในวันที่ 13 เมษายน ปี ค.ศ. 2029 นี้เองมันจะปรากฏให้เห็นอยู่เหนือท้องฟ้าของโลกที่ความสูงประมาณ 19,000 ไมล์ (31,000 กิโลเมตร) ซึ่งถือได้ว่ามันอยู่ในระยะการบินของยานอวกาศในวงโคจรนอกโลกกันเลยทีเดียว และจากการประเมินความเสี่ยงของโอกาสที่จะพุ่งชนโลกก็พบว่า มันมีโอกาสชนโลกอยู่ที่ 2.7 เปอร์เซ็นต์!...
พฤษภาคม 15, 2019
การทดสอบยิงยานอวกาศเข้าใส่ดาวเคราะห์น้อยในภารกิจ DART

การทดสอบยิงยานอวกาศเข้าใส่ดาวเคราะห์น้อยในภารกิจ DART

การทดสอบยิงยานอวกาศเข้าใส่ดาวเคราะห์น้อยในชื่อภารกิจ Double Asteroid Redirection Test หรือเรียกย่อๆว่า DART นี้คือภารกิจประเภท Asteroid Impactor ที่มีแผนการกำหนดการชนเป้าหมายไว้ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2022 ใส่ดาวเคราะห์น้อยที่ชื่อ (65803) Didymos โดยแผนการพุ่งชนในครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากความต้องการศึกษาของนักดาราศาสตร์ ถึงผลที่อาจเกิดขึ้นของความเคลื่อนไหวหลังการชนดังกล่าวว่า ทิศทางวงโคจรของมันจะเปลี่ยนไปเช่นไรต่อจากนั้น ซึ่งจุดประสงค์ในภารกิจ Double Asteroid Redirection Test ก็คือเพื่อเรียนรู้ และ วางแผนป้องกันดาวเคราะห์น้อยที่อาจพุ่งชนโลกได้ในอนาคต (Planetary Defense)...อ่านเพิ่มเติมคลิกเข้ามาเลย
มิถุนายน 20, 2019
ค้นพบระบบดาวที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบมา

ค้นพบระบบดาวที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบมา (HD 106906)

โดยระบบดวงดาวส่วนใหญ่ในจักรวาลก็อย่างที่เราทราบกันก็คือ มันจะมีรูปแบบวงโคจรที่เหมือนๆกัน (star formation model) แต่ทว่าจักรวาลของเรามันกว้างใหญ่มากๆ ซึ่งก็ทำให้บางครั้งนักดาราศาสตร์ก็อาจพลาดบางสิ่งที่ แตกต่างกันออกไปจากฐานข้อมูลของพวกเขาที่มีอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งด้วยความแปลกใหม่ของการค้นพบนี้จึงทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆตามมาอีกหลังจากนี้ นั่นก็คือการไขความลับของจักรวาลเราที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย และดาวเคราะห์ HD 106906 b ก็เป็นหนึ่งในปริศนาที่แปลกใหม่สำหรับนักดาราศาสตร์ ซึ่งการศึกษามันก็อาจทำให้เราได้เข้าใจถึงการมีตัวตนอยู่ของพวกเราได้เช่นกัน! ความประหลาดของ HD 106906 b ก็คือ มันเป็นดาวเคราะห์ที่แปลก แปลกในที่นี้คือ แปลกในเรื่องของเส้นวงโคจรของมันที่เราพบว่า มันไม่ได้เลือกหมุนรอบดาวฤกษ์ดวงใดดวงหนึ่งเลย แต่มันกลับเลือกที่จะหมุนอยู่โดยรอบระบบดาวฤกษ์คู่ของมันแทน (ระบบดาวคู่ของมันชื่อว่า HD 106906)
มิถุนายน 29, 2019
พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีวัตถุอวกาศปริศนาบางสิ่งภายในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบแปลกๆมาหาเรา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้ไปรบกวนจิตใจให้แก่นักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก แน่นอนตอนนี้พวกเขาก็คิดว่า อาจจะพอรู้คำตอบถึงสาเหตุนั้นแล้ว! วัตถุอวกาศปริศนาดังที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นนี้มีชื่อเรียกว่า NGTS-7Ab ซึ่งสำหรับการส่องดูมันด้วยกล้องโทรทรรศน์ส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือนราวกับว่าระบบดาว NGTS-7 นั้นมีเพียงดาวฤกษ์เดียวอาศัยอยู่ แต่ภายหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดของปรากฏการณ์เปล่งแสงวูบวาบในดาวดวงนี้ โดยนักวิจัยของ The University of Warwick (มหาวิทยาลัยวอร์ริก) ณ ชานเมืองโคเวนทรี ประเทศ ประเทศอังกฤษ ก็พบว่า แสงของดาวมีอัตราริบหรี่อยู่ในช่วงเวลาทุกๆ 16.2 ชั่วโมง และครั้งเมื่อนักดาราศาสตร์พยายามซูมเข้าไปยังระบบดาว NGTS-7 พวกเขาก็ตระหนักได้เลยทันทีว่า แท้จริงแล้ว NGTS-7 มันประกอบไปด้วยดาวแคระแดงอยู่เป็นจำนวน 2 ดวง (M dwarfs (M-type main sequence stars)) ที่กำลังโคจรร่วมกันอยู่ (หรือที่เรียกว่าระบบดาวฤกษ์คู่ (Binary star) ) ดังนั้นชื่อของระบบดาวจึงควรจะเป็น NGTS-7AB ในที่สุด และดูเหมือนว่ามีเพียง 1 ดวงในจำนวนนี้ที่มีปรากฏให้เห็นถึงความสว่างแบบริบหรี่! ซึ่งจากสันนิษฐานเบื้องต้นก็คือ อาจมีอะไรบางสิ่งที่มืดมิดโคจรอยู่โดยรอบมัน หรือปรากฏอยู่เหนือพื้นผิวของมัน!
Facebook
กลับสู่บนสุด