กล้องโทรทรรศน์อวกาศ – Sci Ways
พฤศจิกายน 2, 2018
ยานอวกาศเคปเลอร์

ปิดตำนาน ยานอวกาศเคปเลอร์

หากจะพูดถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศ (Space telescope) ที่โด่งดังจนเป็นที่คุ้นหูเรากันเป็นอย่างดี ก็คงหลีกหนีไม่พ้นกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เคปเลอร์ (Kepler space telescope) และเร็วๆนี้ที่เพิ่งจะได้เป็นข่าวไปก็คือ ยานอวกาศเคปเลอร์ หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ของนาซ่า ได้หยุดการทำหน้าที่ของตัวเองลงอย่างสงบ...
มกราคม 26, 2020
ปิดตำนานกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope)

ปิดตำนานกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope)

สปิตเซอร์ ถือเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศ 1 ใน 4 ของโครงการสำรวจอวกาศที่ชื่อ Great Observatories program อันประกอบไปด้วย กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ( Hubble Space Telescope), กล้องโทรทรรศน์อวกาศคอมป์ตัน (Compton Gamma Ray Observatory), กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory) และ กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแค่กล้องฮับเบิล กับกล้องจันทราเท่านั้นที่ยังคงดำเนินภารกิจต่ออย่างปกติ ในขณะที่กล้องคอมป์ตันนั้นได้สิ้นสุดภารกิจไปนานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 และเร็วๆนี้ กล้องอวกาศสปิตเซอร์ก็มีแผนยุติหน้าที่ภายในวันที่ 30 มกราคม ปี 2020 นี่ก็ 16 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่กล้องสปิตเซอร์ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกในปี 2003 ซึ่งมันก็ได้เผยให้เห็นถึงสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย อันนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆ และขยายขอบเขตความเข้าใจของเราออกไปจนเกือบถึงขอบของจักรวาล สปิตเซอร์ถูกออกแบบมาเพื่อทำการศึกษาองค์ประกอบของจักรวาลต่างๆได้แก่ the cold, the old และ the dusty ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้จะสามารถสังเกตเห็นได้ดีภายใต้แสงอินฟราเรด
มกราคม 31, 2020
นาซ่าเคปเลอร์ เป็นพยานต่อการค้นพบระบบดาว “แวมไพร์” ที่เกิดซุปเปอร์ระเบิดออกมาจาก “โนวาแคระ” (Dwarf nova)

นาซ่าเคปเลอร์ เป็นพยานต่อการค้นพบระบบดาว “แวมไพร์” ที่เกิดซุปเปอร์ระเบิดออกมาจาก “โนวาแคระ” (Dwarf nova)

ยานอวกาศเคปเลอร์ของนาซ่า ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ผ่านเทคนิคการสังเกตแสงดาวฤกษ์ที่ลดลงครั้งเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าที่เรียกว่า “Transit Method” และด้วยความรู้ในเรื่องนี้นักดาราศาสตร์จึงได้ออกแบบวิธีการค้นหาเทหวัตถุอื่นๆในจักรวาลเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งจากการขุดค้นข้อมูลเก่าๆของเคปเลอร์ ก็ได้เผยให้เห็นถึงการระเบิดอย่างรุนแรงแบบไม่ปกติ (unusual super-outburst) ออกมาจากวัตถุประหลาดที่เรียกว่า ‘โนวาแคระ’ (Dwarf nova) ซึ่งจู่ๆก็เกิดมีความสว่างขึ้นถึง 1,600 เท่าภายในเวลาไม่ถึงวัน ก่อนที่จะจางหายไป ระบบดาวดวงนี้ประกอบไปด้วย ดาวแคระขาว (white dwarf star) ที่อยู่ร่วมกันกับดาวแคระน้ำตาล (brown dwarf) ที่มีมวล 1 ใน 10 เท่าของมวลดาวแคระขาว จากการศึกษาวงโคจรของดาวแคระน้ำตาลดวงนี้ก็พบว่า มันอยู่ห่างไกลจากดาวแคระขาวเพียง 400,000 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะทางกับระยะห่างของโลกและดวงจันทร์ นี่จึงส่งผลทำให้มันมีความเร็วที่สูงมาก ในการเคลื่อนตัวอยู่ในวงโคจรของดาวแคระขาว ซึ่งมันใช้เวลาโคจรครบรอบดาวทุกๆ 83 นาทีเท่านั้น และด้วยการที่มันอยู่ใกล้กันเกินไปขนาดนี้ แรงโน้มถ่วงอันแข็งแกร่งของดาวแคระขาวจึงได้ฉีกมวลสาร ของดาวแคระสีน้ำตาลออกมา! พร้อมกับค่อยๆดูดกลืนมันเข้าไป คล้ายกันกับพฤติกรรมของ “แวมไพร์” (vampire) ที่กำลังดูดเลือดจากออกมาจากตัวเหยื่ออย่างไม่มีผิดเพี้ยน โดยมวลสารต่างๆเหล่านี้ที่ถูกฉีกออก มันก็ก่อจะตัวกลายเป็นแผ่นดิสก์ที่หมุนวนลงไปสู่ใจกลาง (ซึ่งในกรณีนี้ก็จะคล้ายกันกับ จานพอกพูนมวลรอบหลุมดำ หรือดาวฤกษ์ที่เพิ่งเกิดใหม่ ที่เรียกว่า Accretion disk)
Facebook
กลับสู่บนสุด