ดาวเคราะห์นอกระบบ – Sci Ways
มิถุนายน 20, 2019
ค้นพบระบบดาวที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบมา

ค้นพบระบบดาวที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบมา (HD 106906)

โดยระบบดวงดาวส่วนใหญ่ในจักรวาลก็อย่างที่เราทราบกันก็คือ มันจะมีรูปแบบวงโคจรที่เหมือนๆกัน (star formation model) แต่ทว่าจักรวาลของเรามันกว้างใหญ่มากๆ ซึ่งก็ทำให้บางครั้งนักดาราศาสตร์ก็อาจพลาดบางสิ่งที่ แตกต่างกันออกไปจากฐานข้อมูลของพวกเขาที่มีอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งด้วยความแปลกใหม่ของการค้นพบนี้จึงทำให้เกิดความท้าทายใหม่ๆตามมาอีกหลังจากนี้ นั่นก็คือการไขความลับของจักรวาลเราที่เต็มไปด้วยปริศนามากมาย และดาวเคราะห์ HD 106906 b ก็เป็นหนึ่งในปริศนาที่แปลกใหม่สำหรับนักดาราศาสตร์ ซึ่งการศึกษามันก็อาจทำให้เราได้เข้าใจถึงการมีตัวตนอยู่ของพวกเราได้เช่นกัน! ความประหลาดของ HD 106906 b ก็คือ มันเป็นดาวเคราะห์ที่แปลก แปลกในที่นี้คือ แปลกในเรื่องของเส้นวงโคจรของมันที่เราพบว่า มันไม่ได้เลือกหมุนรอบดาวฤกษ์ดวงใดดวงหนึ่งเลย แต่มันกลับเลือกที่จะหมุนอยู่โดยรอบระบบดาวฤกษ์คู่ของมันแทน (ระบบดาวคู่ของมันชื่อว่า HD 106906)
มิถุนายน 29, 2019
พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีวัตถุอวกาศปริศนาบางสิ่งภายในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบแปลกๆมาหาเรา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้ไปรบกวนจิตใจให้แก่นักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก แน่นอนตอนนี้พวกเขาก็คิดว่า อาจจะพอรู้คำตอบถึงสาเหตุนั้นแล้ว! วัตถุอวกาศปริศนาดังที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นนี้มีชื่อเรียกว่า NGTS-7Ab ซึ่งสำหรับการส่องดูมันด้วยกล้องโทรทรรศน์ส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือนราวกับว่าระบบดาว NGTS-7 นั้นมีเพียงดาวฤกษ์เดียวอาศัยอยู่ แต่ภายหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดของปรากฏการณ์เปล่งแสงวูบวาบในดาวดวงนี้ โดยนักวิจัยของ The University of Warwick (มหาวิทยาลัยวอร์ริก) ณ ชานเมืองโคเวนทรี ประเทศ ประเทศอังกฤษ ก็พบว่า แสงของดาวมีอัตราริบหรี่อยู่ในช่วงเวลาทุกๆ 16.2 ชั่วโมง และครั้งเมื่อนักดาราศาสตร์พยายามซูมเข้าไปยังระบบดาว NGTS-7 พวกเขาก็ตระหนักได้เลยทันทีว่า แท้จริงแล้ว NGTS-7 มันประกอบไปด้วยดาวแคระแดงอยู่เป็นจำนวน 2 ดวง (M dwarfs (M-type main sequence stars)) ที่กำลังโคจรร่วมกันอยู่ (หรือที่เรียกว่าระบบดาวฤกษ์คู่ (Binary star) ) ดังนั้นชื่อของระบบดาวจึงควรจะเป็น NGTS-7AB ในที่สุด และดูเหมือนว่ามีเพียง 1 ดวงในจำนวนนี้ที่มีปรากฏให้เห็นถึงความสว่างแบบริบหรี่! ซึ่งจากสันนิษฐานเบื้องต้นก็คือ อาจมีอะไรบางสิ่งที่มืดมิดโคจรอยู่โดยรอบมัน หรือปรากฏอยู่เหนือพื้นผิวของมัน!
กันยายน 15, 2019
กล้องอวกาศฮับเบิลตรวจพบไอน้ำบนดาวเคราะห์นอกระบบได้เป็นครั้งแรก

ตรวจพบไอน้ำบนดาวเคราะห์นอกระบบในเขตอาศัยอยู่ได้เป็นครั้งแรก

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซ่าตรวจพบไอน้ำบนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ในเขตอาศัยได้ (Habitable Zone) เป็นครั้งแรก โดยดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า K2-18b มันมีขนาดของแรงโน้มถ่วงพื้นผิวมากกว่าโลก และมีมวลมากกว่าโลกถึง 8.6 เท่า แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเร็วๆนี้ ดาวเคราะห์ K2-18b ก็กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก และกลายเป็นดาราเด่นเพียงชั่วข้ามคืน สาเหตุที่เห็นเช่นนั้น ก็เป็นเพราะ นี้เป็นครั้งแรกที่นักวิจัยได้ค้นพบลักษณะอันโดดเด่นของ “น้ำ”! นั่นก็คือ พวกเขาค้นพบ “ไอน้ำ” (water vapor) บนชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้ แถมตำแหน่งของมันยังอยู่ใน “เขตอาศัยได้” (Habitable Zone) ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้น้ำสามารถคงรูปอยู่ได้ในสถานะของๆเหลว และมีความเป็นได้ไปที่บนพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้อาจมีน้ำปกคลุมอยู่อยู่จำนวนมาก ...อ่านเพิ่มเติมคลิกเข้ามาเลย
มกราคม 10, 2020
ตรวจพบดาวเคราะห์โคจรรอบ “ดาวฤกษ์ 2 ดวง” ครั้งแรกผ่านดาวเทียม TESS (TOI 1338 b)

TOI 1338 b: ตรวจพบดาวเคราะห์โคจรรอบ “ดาวฤกษ์ 2 ดวง” ครั้งแรกผ่านดาวเทียม TESS

ระบบ TOI 1338 นั้นอยู่ห่างไกลออกไป 1,300 ปีแสงในกลุ่มดาวขาตั้งภาพ (Constellation Pictor) ภายในระบบดาวประกอบไปด้วย ดาวฤกษ์เป็นจำนวน 2 ดวงที่โคจรรอบกันเฉลี่ยทุกๆ 15 วัน หนึ่งในนั้นมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 1.1 เท่าของดวงอาทิตย์) ในขณะที่สหายของมันอีกดวงจะเย็นกว่า, มีแสงที่ริบหรี่กว่า และมีมวลเพียงแค่ 1 ใน 3 ของดวงอาทิตย์ (ประมาณ 0.3 เท่าของดวงอาทิตย์) TOI 1338 b นั้นมีมวลใหญ่กว่าโลก 6.9 เท่า หรือมีขนาดอยู่ที่ระหว่างดาวเนปจูนและดาวเสาร์ ในขณะที่ระนาบวงโคจรของมันนั้นแทบจะอยู่ในแนวเล็งเดียวกันกับวงโคจรของดาวฤกษ์ ดังนั้นจึงทำให้เราสามารถสังเกตเห็นการเกิดของสุริยุปราคา (stellar eclipses) เบื้องหลังการค้นพบในครั้งนี้เราต้องยกเครดิตให้กับการทำงานของกล้องทั้ง 4 ตัวของดาวเทียม TESS ที่ได้จับภาพของแสงดาวบนฟ้าทุกๆ 30 นาทีในตลอด 27 วัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ใช้ข้อมูลที่เก็บมาได้นี้ มาวิเคราะห์ แล้วสร้างเป็นกราฟของค่าความสว่างที่เปลี่ยนไปในดาวฤกษ์ครั้งเมื่อดาวเคราะห์ได้เคลื่อนผ่านหน้า ปรากฏการณ์นี้เราเรียกมันว่า ‘ทรานซิท’ (transit) ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ในทุกๆครั้งเมื่อค่าของแสงดาวได้ลดต่ำลงมาดังที่เห็นในกราฟ
มกราคม 11, 2020
พบเจอดาวเคราะห์คล้ายโลกครั้งแรก! ในเขตอาศัยได้ โดย NASA Planet Hunter

ค้นพบดาวเคราะห์คล้ายโลกครั้งแรก! ในเขตอาศัยได้ โดย NASA Planet Hunter

เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2020 เว็บไซต์หลักของนาซ่าก็ได้ออกมาเผยว่าพวกเขาได้ค้นพบดาวเคราะห์ดวงแรกที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกและมีตำแหน่งอยู่ในเขตอาศัยได้ผ่านดาวเทียม TESS โดย NASA’s Transiting Exoplanet Survey Satellite หรือดาวเทียม TESS ได้ค้นพบ ดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลก (Earth-size) โคจรอยู่ในเขตอาศัยได้ (habitable zone) และจากระยะตำแหน่งของดาวที่ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป ก็คาดว่า มีความเป็นไปได้ ที่น้ำจะสามารถคงสภาพอยู่ในสถานะของๆเหลวได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ยืนยันการค้นพบเรียบร้อยแล้ว พวกเขาเรียกมันว่า TOI 700 d อีกทั้งยังได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) เข้ามาร่วมในการติดตามและสำรวจหาความเป็นไปได้ของสภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์ดวงนี้อีกด้วย
กุมภาพันธ์ 4, 2020
ดาว J1407b ราชาแห่งวงแหวนที่แท้จริง ในฉายาว่า "ดาวเสาร์ในร่างสเตียรอยด์"

ดาว J1407b ราชาแห่งวงแหวนที่แท้จริง ในฉายาว่า “ดาวเสาร์ในร่างสเตียรอยด์”

ในปี 2007, J1407 ถูกสังเกตว่า การที่แสงของมันได้ถูกบดบังเป็นช่วงๆนั้น เป็นผลมาจากการมีอยู่ของสหายของดาวที่มีชื่อว่า 1SWASP J1407b (J1407b) คาดว่าน่าจะเป็นประเภทของดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ หรือไม่ก็เป็นดาวแคระน้ำตาล ที่มีวงแหวนขนาดใหญ่โตมโหฬารอยู่โดยรอบ แต่ภายหลังการส่องหาดูดาวเคราะห์ดวงนี้อีกครั้ง นักดาราศาสตร์ก็ไม่พบเจอมันอีก สืบเนื่องมาจากวงโคจรของมันมีลักษณะที่บิดเบี้ยวมาก (highly eccentric orbit) นั่นเอง สหายมวลต่ำ J1407b ดวงนี้ ถูกขนานนามว่าเป็น “ดาวเสาร์ในร่างสเตียรอยด์” (Saturn on steroids) หรือ “ซูเปอร์ดาวเสาร์” (Super Saturn) อันเนื่องจากมันมีระบบวงแหวนที่มีขนาดใหญ่มาก โดยรัศมีของมันขยายออกไปสู่อากาศไกลถึง 90 ล้านกิโลเมตร (หรือคิดได้เป็น 0.6 หน่วยดาราศาสตร์ (AU)) ข้อมูลเบื้องต้นประเมินไว้ว่า J1407b จะใช้เวลาโคจรครบรอบสหายดาวฤกษ์ของมันในทุกๆ 1 ทศวรรษ หรือราวๆ 10 ปี (ช่วงประมาณ 3.5 ถึง 13.8 ปี) และมวลของมันมีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดีอยู่ในช่วงระหว่าง 13 ถึง 26 เท่า ส่วนขนาดความยิ่งใหญ่ของระบบวงแหวนรอบดาว J1407b นั้นกว้างใหญ่กว่าดาวฤกษ์ของมันเสียอีก! และหากนำมวลสารของวงแหวนรอบดาวทั้งหมดมารวมกัน มันก็จะมีขนาดมวลพอๆกับมวลของโลก
สิงหาคม 7, 2020
Kepler-1649c: ดาวเคราะห์คล้ายโลก ซ่อนตัวอยู่ คาดอยู่อาศัยได้ ห่างจากโลก 300 ปีแสง

Kepler-1649c: ค้นพบดาวเคราะห์คล้ายโลกที่ซ่อนตัวอยู่ คาดอยู่อาศัยได้ ห่างจากโลก 300 ปีแสง

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก ‘แทรนแอตแลนติก’ (transatlantic) ได้ใช้ข้อมูลวิเคราะห์จากฐานข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ จนสืบค้นพบว่า มีดาวเคราะห์คล้ายโลก นอกระบบสุริยะ ที่กำลังโคจรอยู่ใน 'เขตอาศัยได้' (habitable zone) รอบดาวฤกษ์ในระยะห่างที่พอเหมาะ และคาดว่าดาวเคราะห์หินดวงนี้ก็น่าจะอบอุ่นพอ ที่น้ำจะสามารถคงรูปเป็นของเหลวอยู่ได้ และถ้าโชคดีอาจเจอสิ่งมีชีวิต แถมยังอยู่ใกล้โลกที่ระยะห่างเพียง 300 ปีแสง...อ่านเพิ่มเติม
Facebook
กลับสู่บนสุด