NASA Robot Factory: ประวัติศาสตร์อวกาศถูกสร้างขึ้นที่นี่
อาณานิคมในอวกาศ (Space colonization) การตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงอื่น-ฉบับสมบูรณ์
Space colonization: อาณานิคมในอวกาศ | การตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงอื่น (ฉบับสมบูรณ์)
ธันวาคม 19, 2019
จะเกิดอะไรขึ้น หากเรามีความเร็วเท่ากับแสง? ประสบการณ์รับรู้เวลาของเราจะเป็นเช่นไร
จะเกิดอะไรขึ้น หากเรามีความเร็วเท่ากับแสง? ประสบการณ์รับรู้เวลาของเราจะเป็นเช่นไร
มกราคม 5, 2020

NASA Robot Factory สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1961 มันคือโรงงานประกอบยานอวกาศ ณ ห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น หรือ เจพีแอล ในเมืองแพซาดีนา(NASA’s Jet Propulsion Laboratory ) สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของหุ่นยนต์สำรวจอวกาศชื่อดังต่างๆมากมายในอดีต ตลอดจนถึงในปัจจุบัน 

ไล่ไปตั้งแต่ยานสำรวจดวงจันทร์, ยานสํารวจดาวอังคาร และดาวศุกร์ ล้วนแล้วแต่เคยถูกประกอบขึ้นที่นี่ เช่น ยาน Rover สำรวจดาวอังคารทั้งหลาย ยานกาลิเลโอ และยานแคสสินี (ซึ่งทั้งคู่เป็นยานอวกาศในวงโคจรแรกของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์) รวมไปถึงยานฝาแฝดอย่าง Voyager ที่ปัจจุบันมันได้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ไปได้ไกลที่สุดจนทะลุออกไปจากระบบสุริยะของเราเรียบร้อยแล้ว

ห้อง High Bay 1 ขณะปฏิบัติงาน ณ JPL รูปนี้ถ่าวเอาไว้เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ขณะทดสอบยาน The Mars 2020 rover ที่มีกำหนดส่งไปโลดแล่นบนดาวอังคาร ในวันที่ 17 กรกฎาคมถึง 5 สิงหาคม 2020 รูปจาก NASA/JPL-Caltech
ห้อง High Bay 1 ขณะปฏิบัติงาน ณ JPL รูปนี้ถ่ายเอาไว้เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ขณะทดสอบยาน The Mars 2020 rover ที่มีกำหนดส่งไปโลดแล่นบนดาวอังคาร ในวันที่ 17 กรกฎาคมถึง 5 สิงหาคม 2020 รูปจาก NASA/JPL-Caltech

ปัจจุบันโรงงานประกอบหุ่นยนต์สำรวจแห่งนี้ กำลังดำเนินการประกอบยานโรเวอร์สำรวจดาวอังคาร 2020 อยู่ และอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบระบบ ก่อนจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนกุมภาพันธ์ ณ แหลมคะแนเวอรัล, ฟลอริด้า ในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ 

โรงงานประกอบยานอวกาศ ณ ที่แห่งนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนจากโรงงานประกอบจรวด จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตยานสำรวจอวกาศอันล้ำสมัย โดย อีริค  คอนเวย์ (Erik Conway) นักประวัติศาสตร์แห่ง JPL ได้เคยออกบอกว่า นับตั้งแต่ในปี 1962 JPL ก็ได้ปฏิบัติภารกิจของตัวเองเรื่อยมา ซึ่งในขณะนั้นมีอาคารอยู่เพียงอาคารเดียว ก่อนที่มันจะถูกสร้างขึ้นเพิ่มเติมในปี 1976 เพื่อก่อสร้างในโครงการสำรวจอวกาศสุดยิ่งใหญ่ของภารกิจ Voyagers

โรงงานประกอบยานอวกาศ-ดาวเทียม ที่ดูไม่ต่างจากโรงเก็บเครื่องบิน ในรูปนี้คือ สองวิศวกร ขณะยืนคู่อยู่กับยานอวกาศ Mariner 1 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1962 อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการแต่งตัวในสมัยก่อน มีความเข้มงวดน้อยกว่าในทุกวันนี้มาก และยาน มาริเนอร์ 1 ถูกทำลายไป ขณะกำลังพยายามขึ้นสู่อวกาศเพือเดินทางไปสู่ดาวศุกร์
โรงงานประกอบยานอวกาศ-ดาวเทียม ที่ดูไม่ต่างจากโรงเก็บเครื่องบิน ในรูปนี้คือ สองวิศวกร ขณะยืนคู่อยู่กับยานอวกาศ Mariner 1 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1962 อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการแต่งตัวในสมัยก่อน มีความเข้มงวดน้อยกว่าในทุกวันนี้มาก และยาน มาริเนอร์ 1 ถูกทำลายไป ขณะกำลังพยายามขึ้นสู่อวกาศเพือเดินทางไปสู่ดาวศุกร์ ภาพจาก NASA/JPL-Caltech

โรงงานแห่งนี้เป็นที่รู้จักกัน ในสัญลักษณ์ คู่ของห้องเปลือกไข่สีขาวสะอาด (pair of eggshell-white clean rooms) ที่เรียกว่า High Bay 1 และ High Bay 2 ซึ่งในแต่ละห้องก็จะมีห้องหน้าต่างกระจกอยู่ข้างบนชื่อเรียกว่า แกลลอรี่ (gallery) โดยแขกผู้มาเยือนสามารถเข้ามามาดูการทำงานของวิศวกรขณะปฏิบัติการอยู่ในห้องสีขาวแห่งนี้ได้ และจะเห็นพวกเขาใส่ชุดสีขาวทั้งตัวที่เรียกว่า bunny suits (ชุดกระต่าย) ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ไล่ไปตั้งแต่การทดสอบดาวเทียมสำรวจโลก และหุ่นยนต์สำรวจดาวต่างโลก ปัจจุบันมีแขกสาธารณะกว่า 30,000 คนต่อปี ที่ได้มาเยือน ณ ห้องปฏิบัติการ High Bay 1 อีกทั้งนาซ่ายังเปิดให้รับชมกันแบบออนไลน์ผ่าน ไลฟ์สตรีมของช่องทาง YouTube อีกด้วย 

และในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ คุณผู้ชมก็สามารถ รับชม ในภารกิจ Earth-science ที่เรียกว่า นิซาร์ (NISAR) ต่อได้เลย ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจธรรมชาติของป่าไม้ ที่ทำงานร่วมกันระหว่างองค์การ NASA ละ ISRO ขององค์การอวกาศอินเดีย โดยดาวเทียม NISAR จะถูกประกอบขึ้นใน High Bay 1 และจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลกในปี 2022 ส่วนห้อง High Bay 2 จะปฏิบัติงานในภารกิจ SWOT ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจธรรมชาติของมหาสมุทร มีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนกันยายนปี 2021 ก่อนที่จะสานต่อในภารกิจ ไซกี (Psyche) ถัดไป 

ห้อง High Bay 1 ขั้นตอนทุกอย่างไม่ต่างจากในปัจจุบัน รูปนี้ วิศวกรกำลังเช็คระบบยาน Spirit และ Opportunity Mars rovers ซึ่งเป็นยานสำรวจดาวอังคารแบบมีล้อทั้งสอง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2003 คนงานบางคนสวมรองเท้าบู๊ตและคนอื่นๆสวมรองเท้าผ้าอย่างสอาด ห้องทำงานแห่งนี้จะมีการทำความสะอาดอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ห้อง High Bay 1 ขั้นตอนทุกอย่างไม่ต่างจากในปัจจุบัน รูปนี้ วิศวกรกำลังเช็คระบบยาน Spirit และ Opportunity Mars rovers ซึ่งเป็นยานสำรวจดาวอังคารแบบมีล้อทั้งสอง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2003 คนงานบางคนสวมรองเท้าบู๊ตและคนอื่นๆสวมรองเท้าผ้าอย่างสะอาด ห้องทำงานแห่งนี้จะมีการทำความสะอาดอยู่อย่างสม่ำเสมอ ภาพโดย NASA/JPL-Caltech

ซึ่งเป็นยานสำรวจอวกาศที่จะปฏิบัติภารกิจอยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche ที่ปัจจุบันพบว่ากว่าร้อยละ 90 บนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ มีส่วนประกอบของแร่โลหะมีค่า ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นหินซิลิเกตธรรมดา จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดาวเคราะห์น้อยที่น่าสนใจมากๆ และอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการทำเหมืองแร่ในอวกาศในอนาคต โดยยานอวกาศ Psyche จะมีกำหนดปล่อยตัว ในเดือนสิงหาคมปี 2022 แล้วจะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche ในวันที่ 31 มกราคมปี 2026 โดยมีระยะเวลาปฏิบัติภารกิจรวมทั้งสิ้น 21 เดือนในวงโคจร ระหว่างปี 2026 ถึงปี 2027 

(หากมูลค่าของ 16 Psyche เป็นไปตามที่ทางนักวิทยาศาสตร์ได้ประเมิณไว้จริงนั้นจะทำให้มูลค่าของเจ้า 16 Psyche สามารถหารแบ่งให้กับประชากรทั่วโลกได้มากถึงคนละ $93 billion หรือประมาณ 2,860,819,500,000 บาท —>ข้อมูลจาก notebookspec)

ภาพจำลองของดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche
ภาพจำลองของดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche ภาพจาก Maxar/ASU/P. Rubin/NASA/JPL-Caltech

ห้องที่สะอาดเป็นลำดับต้นๆของโลก

ห้องปฏิบัติงานแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องที่มีความเข้มงวดในเรื่องของความสะอาดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฝุ่น, เส้นผม, คาบมัน หรืออนุภาคอื่นๆในอากาศ เพราะสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจจะไปแทรกแซงต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือรบกวนต่อชิ้นส่วนเคลื่อนไหวต่างๆของยานอวกาศได้

อีกทั้งยังมีการจัดการในเรื่องของแบคทีเรีย ให้อยู่ระดับที่ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องการพบเจอกับชีวิตนอกโลกอื่นใดที่มาจากโลก (แบคทีเรียอาจติดไปกับยานอวกาศ) เนื่องจากการค้นหาเบาะแสของชีวิตนอกโลกนั้น เป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของการสำรวจอวกาศ เพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาลแห่งนี้ 

โดยยานอวกาศส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นในห้อง High Bay 1 ในปี 1973 มันกลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ห้องสะอาดระดับ 10,000 (Class 10,000 clean room) ซึ่งตัวเลข 10,000 นั้นมีความหมายว่า ภายในห้องทำงานของวิศวกร จะมีจำนวนของอนุภาคขนาด 0.5 ไมครอน อยู่ในระดับต่ำกว่า 10,000 อนุภาค! (โดยขนาดของ 0.5 ไมครอนนั้นเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 200 เท่า)

 ห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น หรือ เจพีแอล ในเมืองแพซาดีนา(NASA's Jet Propulsion Laboratory ) สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของหุ่นยนต์สำรวจอวกาศชื่อดังต่างๆมากมายในอดีต ตลอดจนถึงในปัจจุบัน ภาพโดย John Schreiber.
ห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น หรือ เจพีแอล ในเมืองแพซาดีนา(NASA’s Jet Propulsion Laboratory ) สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของหุ่นยนต์สำรวจอวกาศชื่อดังต่างๆมากมายในอดีต ตลอดจนถึงในปัจจุบัน ภาพโดย John Schreiber.

ต่อมาในปี 1976 ห้อง High Bay 2 ก็ถูกสร้างขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งมีความสะอาดในระดับเดียวกัน  (Class 10,000 clean room) โดยทั้ง 2 ห้องมีระบบหมุนเวียนและกรองอากาศ มากกว่า 70 ครั้งต่อชั่วโมง เพื่อให้การทำงานของวิศวกรเป็นไปอย่างราบรื่น โดยระดับอุณหภูมิของห้อง High Bay 2 จะถูกทำให้คงที่เอาไว้อยู่ที่ 70 ฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 21 องศาเซลเซียส) ขณะที่ห้อง High Bay 1 จะถูกทำให้คงที่เอาไว้อยู่ที่ 68 ฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 21 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรมากกับห้อง 2)


เครื่องแต่งตัวของผู้ทำงานในห้องปฏิบัติการ 

วิศวกรกับ เฮลิคอปเตอร์ Mars 2020 ณ Clean Room at JPL จะเห็นได้ว่าทุกคนสวม  
Bunny suit กันอย่างมิดชิดมากๆ
วิศวกรกับ เฮลิคอปเตอร์ Mars 2020 ณ Clean Room at JPL จะเห็นได้ว่าทุกคนสวม
Bunny suit กันอย่างมิดชิดมากๆ

ผู้ที่จะเข้าไปทำงานในห้องปฏิบัติการ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ถึงจะเข้าไปทำงานในห้องสะอาดแห่งนี้ได้ ไล่ไปตั้งแต่หัวจรดเท้า ทุกอย่างต้องเนี๊ยบ โดยเฉพาะในเรื่องของรองเท้านั้นสำคัญมาก รองเท้าของผู้ทำงานจะต้องได้รับการขัดเช็ดอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเศษหิน, ดินหรือแม้แต่ฝุ่น ติดอยู่ในรองเท้า จากนั้นก็ถึงเวลาสวมชุดกระต่าย (Bunny suit), สวมหน้ากาก, หมวกคลุมผม และถุงมือยาง โดยข้อมือจะต้องปิดอย่างมิดชิด


แหล่งอ้างอิงข้อมูล

  1. Space History Is Made in This NASA Robot Factory
  2. 16 Psyche
SCIWAYS
SCIWAYS
นักเดินทางข้ามกาลเวลา: ผมสนใจเรื่องราววิธีการทำงานของธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง อยากรู้ว่าจักรวาลกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่
0 0 โหวต
คะแนนบทความ
guest
0 Comments
การตอบกลับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด
Facebook
กลับสู่บนสุด