ดาวแคระน้ำตาล – Sci Ways
มิถุนายน 29, 2019
พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีวัตถุอวกาศปริศนาบางสิ่งภายในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบแปลกๆมาหาเรา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้ไปรบกวนจิตใจให้แก่นักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก แน่นอนตอนนี้พวกเขาก็คิดว่า อาจจะพอรู้คำตอบถึงสาเหตุนั้นแล้ว! วัตถุอวกาศปริศนาดังที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นนี้มีชื่อเรียกว่า NGTS-7Ab ซึ่งสำหรับการส่องดูมันด้วยกล้องโทรทรรศน์ส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือนราวกับว่าระบบดาว NGTS-7 นั้นมีเพียงดาวฤกษ์เดียวอาศัยอยู่ แต่ภายหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดของปรากฏการณ์เปล่งแสงวูบวาบในดาวดวงนี้ โดยนักวิจัยของ The University of Warwick (มหาวิทยาลัยวอร์ริก) ณ ชานเมืองโคเวนทรี ประเทศ ประเทศอังกฤษ ก็พบว่า แสงของดาวมีอัตราริบหรี่อยู่ในช่วงเวลาทุกๆ 16.2 ชั่วโมง และครั้งเมื่อนักดาราศาสตร์พยายามซูมเข้าไปยังระบบดาว NGTS-7 พวกเขาก็ตระหนักได้เลยทันทีว่า แท้จริงแล้ว NGTS-7 มันประกอบไปด้วยดาวแคระแดงอยู่เป็นจำนวน 2 ดวง (M dwarfs (M-type main sequence stars)) ที่กำลังโคจรร่วมกันอยู่ (หรือที่เรียกว่าระบบดาวฤกษ์คู่ (Binary star) ) ดังนั้นชื่อของระบบดาวจึงควรจะเป็น NGTS-7AB ในที่สุด และดูเหมือนว่ามีเพียง 1 ดวงในจำนวนนี้ที่มีปรากฏให้เห็นถึงความสว่างแบบริบหรี่! ซึ่งจากสันนิษฐานเบื้องต้นก็คือ อาจมีอะไรบางสิ่งที่มืดมิดโคจรอยู่โดยรอบมัน หรือปรากฏอยู่เหนือพื้นผิวของมัน!
มกราคม 31, 2020
นาซ่าเคปเลอร์ เป็นพยานต่อการค้นพบระบบดาว “แวมไพร์” ที่เกิดซุปเปอร์ระเบิดออกมาจาก “โนวาแคระ” (Dwarf nova)

นาซ่าเคปเลอร์ เป็นพยานต่อการค้นพบระบบดาว “แวมไพร์” ที่เกิดซุปเปอร์ระเบิดออกมาจาก “โนวาแคระ” (Dwarf nova)

ยานอวกาศเคปเลอร์ของนาซ่า ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ผ่านเทคนิคการสังเกตแสงดาวฤกษ์ที่ลดลงครั้งเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าที่เรียกว่า “Transit Method” และด้วยความรู้ในเรื่องนี้นักดาราศาสตร์จึงได้ออกแบบวิธีการค้นหาเทหวัตถุอื่นๆในจักรวาลเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งจากการขุดค้นข้อมูลเก่าๆของเคปเลอร์ ก็ได้เผยให้เห็นถึงการระเบิดอย่างรุนแรงแบบไม่ปกติ (unusual super-outburst) ออกมาจากวัตถุประหลาดที่เรียกว่า ‘โนวาแคระ’ (Dwarf nova) ซึ่งจู่ๆก็เกิดมีความสว่างขึ้นถึง 1,600 เท่าภายในเวลาไม่ถึงวัน ก่อนที่จะจางหายไป ระบบดาวดวงนี้ประกอบไปด้วย ดาวแคระขาว (white dwarf star) ที่อยู่ร่วมกันกับดาวแคระน้ำตาล (brown dwarf) ที่มีมวล 1 ใน 10 เท่าของมวลดาวแคระขาว จากการศึกษาวงโคจรของดาวแคระน้ำตาลดวงนี้ก็พบว่า มันอยู่ห่างไกลจากดาวแคระขาวเพียง 400,000 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะทางกับระยะห่างของโลกและดวงจันทร์ นี่จึงส่งผลทำให้มันมีความเร็วที่สูงมาก ในการเคลื่อนตัวอยู่ในวงโคจรของดาวแคระขาว ซึ่งมันใช้เวลาโคจรครบรอบดาวทุกๆ 83 นาทีเท่านั้น และด้วยการที่มันอยู่ใกล้กันเกินไปขนาดนี้ แรงโน้มถ่วงอันแข็งแกร่งของดาวแคระขาวจึงได้ฉีกมวลสาร ของดาวแคระสีน้ำตาลออกมา! พร้อมกับค่อยๆดูดกลืนมันเข้าไป คล้ายกันกับพฤติกรรมของ “แวมไพร์” (vampire) ที่กำลังดูดเลือดจากออกมาจากตัวเหยื่ออย่างไม่มีผิดเพี้ยน โดยมวลสารต่างๆเหล่านี้ที่ถูกฉีกออก มันก็ก่อจะตัวกลายเป็นแผ่นดิสก์ที่หมุนวนลงไปสู่ใจกลาง (ซึ่งในกรณีนี้ก็จะคล้ายกันกับ จานพอกพูนมวลรอบหลุมดำ หรือดาวฤกษ์ที่เพิ่งเกิดใหม่ ที่เรียกว่า Accretion disk)
Facebook
กลับสู่บนสุด