ระบบดาวฤกษ์คู่ – Sci Ways
มิถุนายน 29, 2019
พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

พบสัญญาณประหลาดที่ถูกส่งออกมาจากภายในทางช้างเผือก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีวัตถุอวกาศปริศนาบางสิ่งภายในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบแปลกๆมาหาเรา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้ไปรบกวนจิตใจให้แก่นักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก แน่นอนตอนนี้พวกเขาก็คิดว่า อาจจะพอรู้คำตอบถึงสาเหตุนั้นแล้ว! วัตถุอวกาศปริศนาดังที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นนี้มีชื่อเรียกว่า NGTS-7Ab ซึ่งสำหรับการส่องดูมันด้วยกล้องโทรทรรศน์ส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือนราวกับว่าระบบดาว NGTS-7 นั้นมีเพียงดาวฤกษ์เดียวอาศัยอยู่ แต่ภายหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดของปรากฏการณ์เปล่งแสงวูบวาบในดาวดวงนี้ โดยนักวิจัยของ The University of Warwick (มหาวิทยาลัยวอร์ริก) ณ ชานเมืองโคเวนทรี ประเทศ ประเทศอังกฤษ ก็พบว่า แสงของดาวมีอัตราริบหรี่อยู่ในช่วงเวลาทุกๆ 16.2 ชั่วโมง และครั้งเมื่อนักดาราศาสตร์พยายามซูมเข้าไปยังระบบดาว NGTS-7 พวกเขาก็ตระหนักได้เลยทันทีว่า แท้จริงแล้ว NGTS-7 มันประกอบไปด้วยดาวแคระแดงอยู่เป็นจำนวน 2 ดวง (M dwarfs (M-type main sequence stars)) ที่กำลังโคจรร่วมกันอยู่ (หรือที่เรียกว่าระบบดาวฤกษ์คู่ (Binary star) ) ดังนั้นชื่อของระบบดาวจึงควรจะเป็น NGTS-7AB ในที่สุด และดูเหมือนว่ามีเพียง 1 ดวงในจำนวนนี้ที่มีปรากฏให้เห็นถึงความสว่างแบบริบหรี่! ซึ่งจากสันนิษฐานเบื้องต้นก็คือ อาจมีอะไรบางสิ่งที่มืดมิดโคจรอยู่โดยรอบมัน หรือปรากฏอยู่เหนือพื้นผิวของมัน!
มกราคม 10, 2020
ตรวจพบดาวเคราะห์โคจรรอบ “ดาวฤกษ์ 2 ดวง” ครั้งแรกผ่านดาวเทียม TESS (TOI 1338 b)

TOI 1338 b: ตรวจพบดาวเคราะห์โคจรรอบ “ดาวฤกษ์ 2 ดวง” ครั้งแรกผ่านดาวเทียม TESS

ระบบ TOI 1338 นั้นอยู่ห่างไกลออกไป 1,300 ปีแสงในกลุ่มดาวขาตั้งภาพ (Constellation Pictor) ภายในระบบดาวประกอบไปด้วย ดาวฤกษ์เป็นจำนวน 2 ดวงที่โคจรรอบกันเฉลี่ยทุกๆ 15 วัน หนึ่งในนั้นมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 1.1 เท่าของดวงอาทิตย์) ในขณะที่สหายของมันอีกดวงจะเย็นกว่า, มีแสงที่ริบหรี่กว่า และมีมวลเพียงแค่ 1 ใน 3 ของดวงอาทิตย์ (ประมาณ 0.3 เท่าของดวงอาทิตย์) TOI 1338 b นั้นมีมวลใหญ่กว่าโลก 6.9 เท่า หรือมีขนาดอยู่ที่ระหว่างดาวเนปจูนและดาวเสาร์ ในขณะที่ระนาบวงโคจรของมันนั้นแทบจะอยู่ในแนวเล็งเดียวกันกับวงโคจรของดาวฤกษ์ ดังนั้นจึงทำให้เราสามารถสังเกตเห็นการเกิดของสุริยุปราคา (stellar eclipses) เบื้องหลังการค้นพบในครั้งนี้เราต้องยกเครดิตให้กับการทำงานของกล้องทั้ง 4 ตัวของดาวเทียม TESS ที่ได้จับภาพของแสงดาวบนฟ้าทุกๆ 30 นาทีในตลอด 27 วัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ใช้ข้อมูลที่เก็บมาได้นี้ มาวิเคราะห์ แล้วสร้างเป็นกราฟของค่าความสว่างที่เปลี่ยนไปในดาวฤกษ์ครั้งเมื่อดาวเคราะห์ได้เคลื่อนผ่านหน้า ปรากฏการณ์นี้เราเรียกมันว่า ‘ทรานซิท’ (transit) ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ในทุกๆครั้งเมื่อค่าของแสงดาวได้ลดต่ำลงมาดังที่เห็นในกราฟ
Facebook
กลับสู่บนสุด