กองทัพเรือยืนยันว่าวิดีโอ UFO เป็นของจริง และเรียกพวกมันว่า ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP

กองทัพเรือยืนยันว่าวิดีโอ UFO เป็นของจริง และเรียกพวกมันว่า ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP

ค้นพบดาวหางใหม่! คาดว่าน่าจะมาจากนอกระบบสุริยะ C/2019 Q4 (Borisov)
ค้นพบดาวหางใหม่! และมันมาจากนอกระบบสุริยะ (2I/Borisov)
กันยายน 24, 2019
สิ่งมหัศจรรย์หายาก ตรวจพบสัตว์ประหลาดหลุมดำ 3 แห่ง กำลังเคลื่อนที่มาชนกัน
ตุลาคม 2, 2019
กองทัพเรือยืนยันว่าวิดีโอ UFO เป็นของจริง และเรียกพวกมันว่า ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP

ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP

กองทัพเรือออกมายืนยันแล้วว่า วิดีโอทั้งสามที่ถ่ายได้จากกล้องปืน (gun-camera) ของเครื่องรบ F-18 ที่ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) และ องค์กรวิจัยยูเอฟโอ (UFO research organization) นั้นเป็นของจริง แต่ทางกองทัพเรือเลี่ยงที่จะใช้คำว่า UFO ตรงๆ และบอกว่าสิ่งที่ได้เห็นในวิดีโอทั้งสามก็คือ UAP ที่ย่อมาจากคำว่า “อันไอเดน’ทิไฟดฺ แอเรียล ฟินอม’มะนา” (Unidentified aerial phenomena) ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือ “ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้” ดังนั้นการใช้คำว่า UAP มาเรียกถึงสิ่งที่เห็นในภาพจึงเป็นคำที่ค่อนข้างเปิดกว้าง ที่อาจไม่ได้หมายถึง เทคโนโลยีจานบินของมนุษย์ต่างดาวโดยตรงก็ได้

เมื่อเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2017 หนังสือพิมพ์ เดอะไทมส์ (The Times) ก็เคยได้ออกมาให้ข่าวที่จนเป็นเรื่องราวโด่งดังไปทั่วโลกอยู่พักหนึ่งในปีนั้น ที่เผยว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา มีปฏิบัติการสืบสวนอย่างจริงจัง ในโครงการลับ “ยูเอฟโอ” ที่เรียกว่า AATIP ที่ย่อมาจากคำว่า  “ดิ แอดวานซ์ แอโร่สเปซ ธเร็ท ไอเดนทิฟิเคชั่น โปรแกรม” ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือ “โครงการระบุภัยด้านอวกาศที่ล้ำหน้า” 

โดยวิดีโอทั้งสามได้ถูกเผยแพร่ลงอยู่ในเว็บไซต์ To of Stars Academy of Arts and Sciences ซึ่งเป็นองค์กรวิจัย “ยูเอฟโอ” ที่ก่อตั้งโดยอดีตนักร้องวง Blink-182 และนักกีตาร์ ทอม ดิลองก (Tom DeLonge)

ข่าวที่ทางกองทัพเรือพิจารณาถึงนั้นประกอบไปด้วย 3 วิดีโอ อันเป็นที่รู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “เฟลียร์วัน” (FLIR1), “กิมบอล” (Gimbal) และ “โกฟาสต์” (GoFast) ซึ่งเป็นหลักฐานแรกของปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP บน “เดอะ แบล็ค วัลท์” The Black Vault ซึ่งเป็นเว็บไซต์เชี่ยวชาญ ในการรวบรวมข้อมูลและจัดประเภทเอกสารที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการต่างๆของรัฐบาล

โดยวิดีโอ “เฟลียร์วัน” (FLIR1) ถูกถ่ายเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2004 ส่วน “กิมบอล” (Gimbal) และ “โกฟาสต์” (GoFast) ถูกถ่ายเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ปี ค.ศ. 2015

โจเซฟ เกรดิเชอร์ (Joseph Gradisher) โฆษกทางการของกองทัพเรือ และรองหัวหน้าฝ่ายข้อมูลปฏิบัติการสงคราม ได้ออกมาบอกเน้นย้ำว่า ทั้งสามวิดีโอ “เฟลียร์วัน” (FLIR1), “กิมบอล” (Gimbal) และ “โกฟาสต์” (GoFast) ที่ปรากฎอยู่บน YouTube และเว็บไซต์ต่างๆว่า นั่นเป็นเพียงหลักฐานของ UAP บางส่วน ที่ทางกองทัพเรือก็กำลังเร่งดำเนินการสืบสวนอยู่!

เกรดิเชอร์ โฆษกของกองทัพเรือยังกล่าวเสริมอีกว่า วิดีโอทั้งสามนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหญ่โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่พวกเขากำลังตรวจสอบ และสืบสวนถึงการบุกรุกที่เกิดขึ้นขณะกำลังบินฝึกซ้อมรบอยู่ โดยทางกองทัพเรือเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็น ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP และขณะทำการซ้อมรบอยู่หากมีการรุกล้ำของยานพาหนะทางอากาศ หรือมีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้นในบริเวณนั้น มันอาจทำให้ความปลอดภัยของนักบินขณะปฏิบัติภารกิจตกอยู่ความเสี่ยงได้ แต่ถึงอย่างนั้น ทางโฆษกกองทัพเรือ ก็ยังคงปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่ามีการพบเห็น UAP เช่นนี้มาแล้วกี่ครั้ง

และค่อนข้างชัดเจนว่า ทางกองทัพเรือเอง ก็ไม่ได้บอกว่าวิดีโอเหล่านี้คือหลักฐานจริงๆ ของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลกแต่อย่างใด และพยายามเลี่ยงใช้คำที่จะไปสื่อถึงการมีอยู่ของเอเลี่ยนหรือยานบินต่างดาวมาโดยตลอด

ถึงแม้คำว่า UFO ที่ย่อมาจากคำว่า Unidentified flying object ที่แปลได้ว่า “วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้” นั้น จะถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกโดยกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) เมื่อปี ค.ศ. 1953 ก็ตาม จนมาถึงปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันดี หากเราพูดถึง UFO เมื่อไหร่ การตีความของความเข้าใจส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจว่า มันคือ ยานอวกาศ, จานบิน ของมนุษย์ต่างดาวหัวโตตัวเล็ก ซึ่งอันที่จริงมันอาจเป็นไปได้ทั้งเครื่องบินสอดแนม, จรวด หรืออะไรก็ได้ที่มนุษย์สร้างขึ้น นี้จึงทำให้กองทัพเรือเองก็ไม่อยากจะให้หลายๆคนได้ตระหนักไปถึงทฤษฎีสมคบคิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้น ดังนั้นการเลือกใช้คำว่า UAP มาใช้แทนคำว่า UFO จึงน่าจะครอบคลุมถึงปรากฏการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด

และกองทัพเรือก็พิจารณาว่า UAP เหล่านี้เป็นปัญหาด้านความปลอดภัยระดับสากล เนื่องจาก มันได้รุกล้ำอยู่เหนือเขตน่านฟ้าสหรัฐแบบไม่ได้รับอนุญาติ หลังจากมีการตรวจพบ UAP กองทัพเรือจึงได้ประกาศให้นักบินทุกคนต้องรายงานปรากฏการณ์ UAP ให้ทราบทุกๆครั้ง ว่าสิ่งที่บันทึกจากกล้องวิดีโอนั้นมีองค์ประกอบ และมีความสอดคล้องกันมากแค่ไหน เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบที่ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งในอดีตนั้นอาจมีปรากฏการณ์ UAP เกิดขึ้นตลอดแต่นักบินอาจไม่ได้ให้ความใส่ใจในสิ่งนั้น โดยเกรดิเชอร์ โฆษกกองทัพเรือยังกล่าวถึงในเรื่องนี้ว่า “พวกเราต้องหลุดพ้นไปจากข้อบกพร่องนี้ และการกระตุ้นเตือนให้นักบินทุกคนต้องรายงานถึงสิ่งที่ได้พบเห็นทุกๆสิ่งข้างนอกนั่น”

สำหรับคำอธิบายถึง “ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้” ในครั้งนี้ นิก โปป (Nick Pope) ผู้ที่ซึ่งเคยทำงานให้กับรัฐบาลอังกฤษในโครงการ the U.K. Ministry of Defense’s UFO program หรือ โครงการเฝ้าระวังภัย UFO ของกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ถึง ค.ศ. 1994 ก็ได้คาดการณ์เอาไว้เบื้องต้นว่า ปรากฏการณ์ UAP ล่าสุดอาจเป็นหนึ่งสิ่งใน 4 คำอธิบายเหล่านี้ได้แก่ 1) ความผิดพลาดของนักบินเอง 2) ความผิดพลาดของการแสดงผลคอมพิวเตอร์บนเครื่องบิน 3) โครงการลับของรัฐบาลสหรัฐที่ปิดบังเอาไว้ และทำการทดสอบแบบลับๆ โดยแม้แต่กองทัพเรือเองก็ยังไม่รู้ 4) ยานบินลึกลับของรัฐบาลต่างประเทศ ที่เราไม่มีทางรู้ว่ามันมีภารกิจอะไร หรือมันคืออะไร

ประวัติความเป็นมาของรัฐบาลสหรัฐฯที่สนใจยูเอฟโอ

กองทัพสหรัฐให้ความสนใจยูเอฟโอมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ยูเอฟโอนี้เราคงต้องย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1948 กับโครงการกองทัพอากาศสหรัฐฯ และเรื่องราวของนักธุรกิจและนักบินพลเรือนที่ชื่อนาย เค็นเน็ธ อาร์โนลด์ (Kenneth Arnold) ในปีก่อนหน้า ที่เขาอ้างว่าขณะทำการบินอยู่ใกล้ๆกับภูเขาเรนเนียร์ ในรัฐวอชิงตันเขาก็ได้เห็นยานบินลึกลับรูปทรงจันทร์เสี้ยวจำนวน 9 ลำ กำลังบินด้วยความเร่งตามเขาอยู่ “รูปร่างของมันเหมือนแผ่นจานที่กระเด้งบนผิวน้ำ”

และจากคำอธิบายของนาย เค็นเน็ธ อาร์โนลด์ นักหนังสือพิมพ์จึงตีความหมายของเขาว่าเป็น “ฟายอิง ซอเซอร์” (flying saucer) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “จานบิน” มานับตั้งแต่นั้น และหลังจากที่ข่าว Kenneth Arnold UFO sighting นี้ได้แพร่กระจายไป ก็เป็นที่สนใจแก่ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่นั้นอัตราการพบเห็น UFO ผู้คนต่างๆก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย จึงทำให้ทางกองทัพอากาศเองก็ไม่นิ่งเฉย และตัดสินใจเริ่มศึกษาวัตถุลึกลับเหล่านั้นจากคำกล่าวอ้างทั้งหมด 

อีกทั้งในช่วงของสงครามเย็น ทางกองทัพก็มีการเฝ้าระวัง และความต้องการจะทราบถึงจำนวนการมีอยู่ของ “จานบิน” เป็นจำนวนมาก ที่พวกเขาคาดว่าแท้จริงแล้วมันอาจเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงของ ยานสอดแนมโซเวียต ก็เป็นได้

หนึ่งในโครงการเฝ้าระวังที่น่าสนใจก็คือ “โปรเจ็คกรูดจ์” (Project Grudge) ที่เริ่มและจบลงในปี ค.ศ. 1949 โดยผู้ที่ทำงานอยู่ใน โปรเจ็คกรูดจ์ สรุปเอาไว้ว่า การพบเห็น UFO เป็นผลมาจากโรคฮิสทีเรีย, ถูกหลอกลวง, การเจ็บป่วยทางจิต หรือไม่ก็การเข้าใจผิดในรูปร่างของวัตถุ

ภาพยานรูปทรงจันทร์เสี้ยวตามคำกล่าวอ้างพบเห็น UFO ของ Kenneth Arnold
ภาพสเก็ตยานรูปทรงจันทร์เสี้ยว ตามคำกล่าวอ้างพบเห็น UFO ของ Kenneth Arnold

ถึงกระนั้นในปี ค.ศ. 1952 กองทัพอากาศจึงได้จัดทำโครงการขึ้นมาอีกหนึ่งโครงการที่เรียกว่า Project Blue Book ซึ่งเป็นโครงการสอบสวน UFO ที่ยาวนานที่สุด และสิ้นสุดในปี ค.ศ. 1969 ในตลอดระยะเวลา 17 ปีของ Project Blue Book  กองทัพอากาศก็ได้ตรวจสอบการพบเห็น UFO มามากมายถึง 12,000 เหตุการณ์ โดยมี 701 เหตุการณ์ในนั้นที่ยังคงไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร

จะเห็นได้ว่าการดำเนินการตรวจสอบปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ ในอดีตเหล่านี้ ต่างจากระบบตรวจสอบในปัจจุบันของกองทัพเรือตรงที่ เมื่อก่อน อย่างเช่นใน Project Blue Book นั้น ทำการตรวจสอบเอกสาร และตรวจสอบข้อมูลจากทุกๆภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น พลเรือน, ราชการทหาร หรือใครก็ได้ แต่สำหรับระบบการเฝ้าระวังภัยของกองทัพเรือในปัจจุบัน จะเน้นตรวจสอบปรากฎการณ์ UAP จากหลักฐานของนักบิน และบุคลากรภายในเท่านั้น 

จนถึงตอนนี้กองทัพเรือ ก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสวบสวนปรากฎการณ์แปลกๆของ UAP แต่อย่างใด รวมถึงการคาดการณ์ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านั้น

เกรดิเชอร์กล่าวปิดท้ายในเรื่อง UAP ว่า “พวกเราไม่ได้จำแนกว่าแหล่งที่มาของมันจะมีลักษณะแบบไหน แต่ดังที่ผมได้กล่าวมาก็คือ ผมมีข้อเป็นห่วงอยู่ 2 เรื่องได้แก่ ความปลอดภัยของนักบิน และความปลอดภัยในปฏิบัติการของเรา เราไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าเราฝึกซ้อมอย่างไร เพราะว่าเรากำลังซ้อมรบอยู่นั่นเอง”

แหล่งที่มา

  1. Navy Confirms UFO Videos Are Real and Show Unidentified Aerial Phenomena
  2. U.S. Navy Releases Dates of Three Officially Acknowledged Encounters with “Phenomena”
Sci Ways
Sci Ways
นักเดินทางข้ามกาลเวลา
YouTube
กลับสู่บนสุด